นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานกรรมการ คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยหลังประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 14/2569 โดยมี นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ คณะผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์  ว่า สำหรับการมาตรวจเยี่ยมกรมส่งเสริมสหกรณ์ในวันนี้ เป็นการหารือกรอบแนวคิด และการเสนอข้อคิดเห็นถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมุ่งเน้นการยกระดับเศรษฐกิจภาคการเกษตร การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และการสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนให้แก่เกษตรกรทั่วประเทศ รวมถึงติดตามการขับเคลื่อนงานและโครงการสำคัญในภาพรวมของกรมส่งเสริมสหกรณ์ และความก้าวหน้าการดำเนินการของคณะอนุกรรมการ ฯ ภายใต้คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใน 3 ประเด็น ดังนี้

1. แนวคิดการบริหารจัดการในพื้นที่ลุ่มน้ำยม เพื่อลดความเสียหายลุ่มน้ำเจ้าพระยา  2. การบริหารจัดการแมลงวันผลไม้แบบครอบคลุมพื้นที่ด้านเทคนิคแมลงเป็นหมัน ร่วมกับวิธีการ ผสมผสาน และโครงการพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศด้านการควบคุมแมลง (ยุง) โดยแบคทีเรียโวลบาเกีย 3.ความคืบหน้ากรณีการส่งออกสินค้านมไปประเทศอินโดนีเซีย การประชุมครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสสำคัญในการถ่ายทอดนโยบาย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ติดตามความก้าวหน้า และร่วมกันกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนงานตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และนโยบายรัฐบาล โดยเน้นย้ำให้ช่วยกันทำงานเพื่อยกระดับความเข้มแข็งของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร พร้อมทั้ง รับฟังและเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร

นายนิรันดร์  กล่าวว่า  ได้นำเสนอและสรุปผลการดำเนินงานของ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งกรมฯมีภารกิจในการส่งเสริมสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ 10,923 แห่ง สมาชิกรวม 11.22 ล้านราย ผ่านการขับเคลื่อนโครงการสำคัญตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 4 นโยบายหลัก ดังนี้ 1. นโยบายยกระดับการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ยกระดับศักยภาพสหกรณ์ให้เป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรแบบครบวงจร (Agricultural Service Providers) ส่งเสริมสหกรณ์ทุกประเภทให้มี Application สมาชิกสามารถตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของตนเอง ส่งเสริมสหกรณ์ใช้นวัตกรรมเพื่อการบริหารจัดการ และสนับสนุนเงินอุดหนุนในการจัดหาอุปกรณ์และสิ่งก่อสร้างเพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร

2. นโยบายเพิ่มรายได้เกษตรกร ส่งเสริมการทำเกษตรปลอดภัยได้มาตรฐาน ส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น พัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกรในพื้นที่ คทช. การแก้ไขปัญหาหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์ การส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้เพิ่ม 3. นโยบายพัฒนาศักยภาพเกษตรกร พัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนของกลุ่มอาชีพ กลุ่มสตรี ยกระดับสถาบันเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการธุรกิจการเกษตร เพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิตและการขนส่งของสหกรณ์ สนับสนุนเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) 4. นโยบายตลาดนำการผลิต ยกระดับการกระจายสินค้าสหกรณ์ (CDC) จำนวน 125 แห่งทั่วประเทศ   พัฒนาแพลตฟอร์มสินค้าสหกรณ์ในรูปแบบดิจิทัล ภายใต้ชื่อ “Co-op Easy shop”

ทั้งนี้ ผลสำเร็จของการดำเนินงานสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร มีปริมาณธุรกิจ รอบ 11 เดือน (ณ ก.ย. 68 – ก.ค. 69) มูลค่ารวม 2.749 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ในช่วงเวลาเดียวกัน จำนวน 223,619 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 8.85 ปริมาณธุรกิจที่มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ ธุรกิจการให้บริการและส่งเสริมการเกษตร เพิ่มขึ้น 1,072.84 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 28.70 รองลงมาคือธุรกิจการรับฝากเงิน เพิ่มขึ้น 192,464.85 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 22.20 และธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย เพิ่มขึ้น 8,288.11 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 12.98