เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศที่สถานีขนส่งผู้โดยสารสกลนคร แห่งที่ 1 (บขส.สกลนคร) พบว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา แม้จะมีรถโดยสารประจำทางของผู้ประกอบการจอดเรียงรายเต็มชานชาลา แต่กลับแทบไม่มีผู้โดยสารมาใช้บริการ
นายถวิล สุขสิริ อายุ 54 ปี ผู้ประกอบการรถโดยสารสาย สกลนคร-นาแก เปิดเผยว่า สถานการณ์รถโดยสารประจำทางระหว่างอำเภอซบเซาอย่างหนัก บางวันต้องขับรถเปล่าทั้งขาไปและขากลับ อาศัยเพียงรายได้เสริมจากการรับฝากซื้อสินค้าในเมืองแล้วนำไปส่งให้ชาวบ้าน เพื่อให้พอมีค่าน้ำมันประทังชีวิตไปวันๆ

นอกจากปัญหาผู้โดยสารลดลงแล้ว ปัจจุบันราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 40 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของการเดินทาง ระยะทางวิ่งรถข้ามอำเภอไกลหลายสิบถึงนับร้อยกิโลเมตร ทำให้มีค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าน้ำมันต่อเที่ยวไป-กลับ สูงถึง 300-500 บาท ส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายรายแบกรับภาระไม่ไหวจนต้องเลิกกิจการไปจำนวนมาก
จากการสำรวจราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่จังหวัดสกลนคร วันนี้พบว่ากลุ่มน้ำมันดีเซลมาตรฐานอยู่ที่ 39.14 บาทต่อลิตร ขณะที่ราคาจำหน่ายหน้าปั๊มเมื่อรวมค่าขนส่งและภาษีท้องถิ่นสูงถึง 39.80 บาทต่อลิตร ซึ่งกลายเป็นภาระต้นทุนสำคัญที่สร้างแรงกดดันอย่างหนัก

กลุ่มผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะจึงอยากวอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลเข้ามาดูแล พร้อมเร่งหามาตรการหรือนโยบายช่วยเหลือผู้ประกอบการรถยนต์โดยสารสาธารณะในระยะยาว ก่อนที่ระบบขนส่งระหว่างอำเภอจะสูญหายไปทั้งหมด



