กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ปราบปรามและสืบสวนสอบสวนขยายผลเครือข่ายต้องสงสัยชาวอิสราเอล ใช้นอมินีถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าว นำกำลังเข้าตรวจค้นหลายจุดในเขตเมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 69 ที่ผ่านมา
มท.4–รมว.ยุติธรรม สนธิกำลัง DSI-ตร. บุกเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ตรวจค้นเครือข่ายนอมินี
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 8 ก.ย. นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผอ.กองกิจการอำนวยความยุติธรรม หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 135/2569 กรณี กล่าวว่าการประกอบธุรกิจของบริษัท โคซี่ บีช วิว จำกัด กับพวก กระทำการหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืน พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ว่า ภายหลังจากที่ได้มีการเปิดปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายทั้ง 3 จุดดังกล่าว และได้มีการตรวจยึดพยานหลักฐานสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นพยานเอกสาร พยานวัตถุมาตรวจสอบขยายผล ล่าสุดพบข้อมูลข้อเท็จจริงที่บ่งชี้ถึงพฤติการณ์ความผิดว่ามีชาวอิสราเอลจำนวนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับบริษัทนิติบุคคลและการประกอบธุรกิจในไทย อันเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เนื่องจากมาประกอบธุรกิจในประเทศไทยโดยใช้นอมินี แม้ในบางบริษัทฯ จะเปิดเผยชื่อของตัวเองในการเป็นกรรมการ ผู้ถือหุ้นก็ตาม แต่ส่วนใหญ่แล้วมักเป็นการทำธุรกิจโดยใช้นิติกรรมอำพรางแทนตน
ส่วนข้อมูลการตรวจสอบเชิงนิติสัมพันธ์ระหว่างนายไมมอน เดวิด มาร์เซียโน่ และ แรบไบ โยเซฟ ไชม์ แคนเทอร์ นั้น ผอ.กองกิจการอำนวยความยุติธรรม ระบุอีกว่า เบื้องต้นยังไม่พบความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างคนทั้งคู่ เพราะในส่วนของนายไมมอน เดวิด มาร์เซียโน่ ถือเป็นนักธุรกิจชาวอิสราเอลคนสำคัญในพื้นที่ภาคตะวันออก ครอบคลุมในจังหวัดชลบุรีมากกว่า แต่ข้อมูลที่พบตอนนี้ก็เชื่อว่าทั้งคู่ต้องมีส่วนที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันเล็กน้อย และต้องรู้จักกันอยู่แล้ว เพราะตามหลักการทั่วไป การจะเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยของชาวอิสราเอล ก็จะต้องมีเครือข่ายชาวอิสราเอลที่ประสานทำความรู้จักกันไว้ผ่าน “ยิวสมาคมแห่งประเทศไทย” เพื่อที่เวลามีปัญหาต้องการคำแนะนำ ต้องการความช่วยเหลือ ก็จะได้ช่วยเหลือกันได้ จึงเชื่อว่าทั้งสองคนต้องรู้จักกันอย่างแน่นอน โดยเฉพาะผ่านเครือข่าย “แรบไบ”
ผอ.กองกิจการอำนวยความยุติธรรม เผยอีกว่า หากกล่าวถึงมูลค่ารายการอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินที่เครือข่ายชาวอิสราเอลทั่วประเทศครอบครองอยู่ในปัจจุบัน เบื้องต้นพบว่าสูงถึงหลักหมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เงินที่ได้มาก็จะเอาไปใช้ซื้อที่ดินและประกอบธุรกิจหลากหลายประเภท หรือบางส่วนก็นำไปใช้ดูแลชาวอิสราเอลที่เดินทางเข้ามาใช้ชีวิตในประเทศไทย และโดยเฉพาะทหารผ่านศึก ส่วนสาเหตุที่ทำให้ประเทศไทยเป็นเป้าหมายในการใช้ชีวิตของชาวอิสราเอล เนื่องด้วยพวกเขามองว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความปลอดภัย มีความสงบ จึงอยากมาใช้ชีวิตพักผ่อน แต่อย่างไรก็ดี ในกลุ่มชาวอิสราเอลที่เดินทางมาพักอาศัยในประเทศประเทศไทยนั้น เรายังแบ่งได้ว่ามีทั้งกลุ่มที่มาเพื่อพักผ่อนจริง ๆ และก็มีกลุ่มที่มีเป้าประสงค์ในการจะมาอยู่เพื่อเปลี่ยนเป็นสัญชาติไทย
ขณะที่ รายงานข่าวภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ ย้ำว่า แม้กองกิจการอำนวยความยุติธรรม จะดำเนินการสอบสวนคดีพิเศษที่ 135/2569 กรณี กล่าวหาว่าการประกอบธุรกิจของบริษัท โคซี่ บีช วิว จำกัด กับพวก กระทำการหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืน พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นการตรวจสอบในประเด็นของนายไมมอน เดวิด มาร์เซียโน่ และพวก แต่ก็ยังไม่พบว่า “โยเซฟ ไชม์ แคนเทอร์” ได้มีการกระทำความผิดอันเข้าข่ายตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 แต่อย่างใด โดยระหว่างนี้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลให้เกิดความชัดเจนและรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งจะบ่งชี้ได้ว่า หลังจากที่ “โยเซฟ ไชม์ แคนเทอร์” ได้เปลี่ยนแปลงมาเป็นสัญชาติไทยนั้น ได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เพื่อจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
รายงานข่าวภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยด้วยว่า ส่วนกรณีของนายไมมอน เดวิด มาร์เซียโน่ ล่าสุดคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเตรียมนัดหมายประชุมเพื่อจะพิจารณาออกหมายเรียกผู้ต้องหาแก่บุคคล เพื่อให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาเบื้องต้น ตามความผิด พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มาตรา 36 มาตรา 37 และมาตรา 41 ซึ่งหากคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษมีการประชุมเสร็จสิ้นก็จะได้ระบุได้อย่างชัดเจนว่าจะมีการออกหมายเรียกผู้ต้องหากลุ่มแรกเป็นใครบ้าง ในข้อหาใดบ้าง และนัดหมายให้ผู้ต้องหาเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเพื่อชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในวันที่ใด ทำให้ระหว่างนี้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษก็ยังต้องสอบปากคำพยาน เพื่อประกอบเข้าสำนวนคดีก่อน เพราะต้องยอมรับว่า รายการทรัพย์สินและอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับนายไมมอน เดวิด มาร์เซียโน่ ในภาคตะวันออก โดยเฉพาะในจังหวัดชลบุรี ถือว่ามีจำนวนเยอะมาก และยังมีความเชื่อมโยงกับบริษัทนิติบุคคลหลายแห่งในพื้นที่ภาคตะวันออกเช่นเดียวกัน ทั้งที่นายไมมอน ไม่ได้เป็นผู้มีสัญชาติไทย ขณะที่ข้อมูลเบื้องต้นในกลุ่มของคนที่มาถือครองทรัพย์สินแทนนายไมมอน นั้น ก็ไม่ใช่คนลงทุนจริง โดยใช้ชื่อคนไทยหลายคนไปถือครองทรัพย์สินแทนตนเอง
รายงานข่าวภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยต่อว่า อย่างไรก็ตาม หากภายหลังจากนี้ ดีเอสไอพบข้อมูลและพยานหลักฐานว่า “โยเซฟ ไชม์ แคนเทอร์” มีการกระทำความผิดในเรื่องของการใช้นอมินี หรือพฤติการณ์ที่เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ทางคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ก็จะได้มีการประมวลรายละเอียดเสนอขออธิบดีดีเอสไอรับสอบสวนเป็นคดีพิเศษทันที โดยจะต้องเป็นการแยกสำนวนออกจากคดีพิเศษของนายไมมอน เดวิด มาร์เซียโน่ เพราะทั้งคู่ยังไม่ได้มีความเกี่ยวข้องเกี่ยวพันกันในเรื่องของการทำธุรกรรม.



