ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พามาทําความรู้จัก “ขนมดัวร์บุรี” หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในชื่อ “ขนมสองเมือง” ขนมพื้นเมืองโบราณที่มีประวัติศาสตร์สืบทอดยาวนานกว่า 100 ปี ความน่าสนใจของขนมชนิดนี้อยู่ที่การเป็นสะพานเชื่อมทางวัฒนธรรม สะท้อนการผสมผสานภูมิปัญญาและศิลปะการทำอาหารระหว่างชาวสตูลและมาเลเซียได้อย่างลงตัว จุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์อยู่ที่รูปร่างอันแปลกตา และการเลือกใช้แป้งสาลีสูตรพิเศษ นำมาผ่านกรรมวิธีเฉพาะจนได้เนื้อแป้งที่เหนียวนุ่ม นุ่มลิ้น หอมหวานกลมกล่อม ใครได้ลิ้มลองต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยจนยากจะหยุดทาน

ขั้นตอนการทำขนมดัวร์บุรีนับเป็นงานศิลปะที่ต้องอาศัยความประณีต เทคนิคการกวนแป้ง การควบคุมอุณหภูมิ และการขึ้นรูปทรงโบราณ ล้วนเป็นทักษะที่บรรพบุรุษถ่ายทอดไว้เพื่อคงรสชาติต้นตำรับแห่งเมืองนครีสโตยเอาไว้ให้ได้มากที่สุด

วันนี้ในงานเฉลิมฉลอง “ขนมดัวร์บุรี…รสชาติ 100 ปี เมืองนครีสโตย” มรดกภูมิปัญญา UNSEEN THAI THAI จังหวัดสตูล มีการโชว์การทํา “ขนมดัวร์บุรี…รสชาติ 100 ปี เมืองนครีสโตย” จากร้านสี่พี่น้อง ในอําเภอละงู ที่มีการสืบทอดการทําขนมชนิดนี้ มาเป็นรุ่นที่ 5 แล้ว

นางอรอนงค์ สไนวงศ์ อายุ 65 ปี ชาวบ้านท่าแลหลา ต.กำแพง โดยทางร้านบอกว่า ตนเป็นรุ่นที่4 ตอนนี้ น้องมาทำต่อเป็นรุ่นที่ 5 แล้ว ทำขนมนี้มีกระบวนการทําที่ค่อนข้าง ช้าคือขั้นตอนของการกวนแป้ง ที่จะต้องค่อยๆกวน ไม่ให้แป้งติดกันเป็นก้อน ใช้เวลานานกว่าหนึ่งชั่วโมง ซึ่งแป้งเป็นส่วนสําคัญ ของการทำไส้ขนม และได้รับความนิยม กิน โดยเฉพาะในกลุ่ม ผู้ใหญ่ และเด็กเล็ก เพราะมีรสชาติหวาน นิ่ม ทานง่าย ขนมชนิดนี้มักนิยมขายในช่วงเดือนรอมฎอน ซึ่งมีปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น ทําครั้งละ 4,000 ถึง 5,000 ลูก ลูกค้า มีทั่วจากมาเลเซีย ก็มี ส่วนแป้งห่อขนม ต้องทำแยกส่วน ใช้แป้งล้นบนกระทะใบเล็ก ๆ

แป้งสุกก็ยกขึ้นมาและตักไส้ขนม ใส่ลงไปก่อนพับ ให้สวยงามก็รับประทานได้เลย นิยมทานร้อน ๆ จะมีรสชาติอร่อย แป้งห่อไม่แข็งเกินไป ทานคู่กับชากุหลาบก็จะมีรสชาติดี ตัดเลี่ยนได้ โดยขนมจะมีรสรสชาติ หวาน ฉ่ํา บวกกับแป้ง เหนียวนุ่ม ทานง่าย ใช้เป็นอาหารว่าง เป็นขนมที่มีการทํา ต้นกําเนิดมาจากมาเลเซียสตูล ที่ไปมาหาสู่และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมทางด้านอาหารกัน ส่วนผสมขนมมีแป้งข้าวเจ้า น้ําตาล เกลือ กะทิ น้ํานมแมว และสี ไม้ฝาง ปัจจุบันใช้สีผสมอาหาร โดยจําหน่าย 4 ชิ้น 10 บาท

ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล มาเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ คณะครู นักเรียน และพี่น้องประชาชนที่มาร่วมงานกันอย่างคึกคัก

งานนี้นอกจากจะมีการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่แล้ว ไฮไลต์สำคัญที่สร้างรอยยิ้มให้กับทุกคน คือการที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมด้วย “พี่ตุ๊ก” สื่อมวลชนและหัวหน้าส่วนราชการ ได้ลงมือเข้าครัว จับกระทะหัดทำขนมดัวร์บุรีด้วยตัวเองอย่างตั้งใจและเป็นกันเอง ซึ่งทันทีที่ขนมร้อนๆ ทำเสร็จใหม่จากกระทะ ทั้งท่านผู้ว่าฯ และผู้ร่วมงานต่างก็ได้ร่วมกันลิ้มรสชาติสดๆ สัมผัสแรกของความเหนียวนุ่มและความหอมกลมกล่อม ทำเอาทุกคนถึงกับเอ่ยปากชมและยกนิ้วให้ในความอร่อยสมคำเล่าขาน

นอกจากเรื่องราวของอาหารแล้ว ภายในงานยังเติมเต็มเสน่ห์ด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นจากเยาวชนชาวสตูล ที่มาถ่ายทอดความงดงาม สะท้อนวิถีชีวิตและความหลากหลายทางวัฒนธรรมของเมืองสตูลได้อย่างน่าประทับใจ การแสดงระบำขนมดัวร์บุรี ก่อนจะเข้าสู่พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ เพื่อประกาศความภาคภูมิใจว่า ขนมดัวร์บุรี ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน “UNSEEN THAI THAI เสน่ห์วัฒนธรรมทั่วไทย” โดยได้รับการเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

นายกิตตพงษ์ แก้วยอดทอง – วัฒนธรรมจังหวัดสตูล “ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ให้นโยบายในการคัดเลือกความเป็นอันซีนไทยๆ ของแต่ละจังหวัด จังหวัดละ 1 อย่าง ในส่วนของสตูลเราได้คัดเลือกขนมดัวร์บุรี หรือขนมสองเมือง ซึ่งเป็นขนมโบราณ 100 ปี เสน่ห์ของขนมอยู่อย่างแรกคือความแปลกของรูปร่าง และรสชาติของขนมที่ทำด้วยแป้งสาลี มีความเหนียวนุ่ม นุ่มลิ้น ทานแล้วจะติดใจและอยากทานต่อเรื่อยๆ นี่คือความเป็นอัตลักษณ์ที่ทำให้ได้รับการคัดเลือก เพื่อยกระดับจากขนมในความทรงจำ สู่การสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ชุมชนครับ”

การยกระดับ “ขนมดัวร์บุรี” ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการอนุรักษ์มรดกทางปัญญาของบรรพบุรุษไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา แต่ยังเป็นการเปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้เดินทางมาสัมผัส “รสชาติที่มีชีวิต” และร่วมปักหมุดสตูลให้เป็นจุดหมายปลายทางทางวัฒนธรรมที่ไม่ควรพลาดอีกต่อไป