สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองดัลลัส รัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวต่อที่ประชุมใหญ่กลางปีของพรรครีพับลิกัน เกี่ยวกับแผนการมอบเงินที่เรียกว่า “ปันผลทรัมป์” ให้กับประชากรวัยผู้ใหญ่ในสหรัฐ คนละ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 164,600 บาท) หากพรรครีพับลิกันยังคงครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส หลังการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พ.ย. นี้


อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่า การจ่ายเงินจะดำเนินการอย่างไร หรือสามารถทำได้ตามกฎหมายหรือไม่ โดยหากคำนวณจากประชากรวัยผู้ใหญ่ในสหรัฐราว 270 ล้านคน โครงการดังกล่าวอาจมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 1.35 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 44.44 ล้านล้านบาท)


ทั้งนี้ ทรัมป์อ้างถึงผลงานของรัฐบาลว่าเป็น “สองปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ประธานาธิบดี” พร้อมวางตัวเองเป็นศูนย์กลางของการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้ และเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนลงคะแนนให้พรรครีพับลิกัน พร้อมกล่าวว่า หากพรรคเดโมแครต “ฝ่ายซ้ายสุดโต่ง” กลับมามีอำนาจ สหรัฐจะต้องใช้เวลานานนับทศวรรษในการฟื้นตัว


นอกจากนี้ ทรัมป์ยังปกป้องการตัดสินใจเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ว่าเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้ พร้อมให้คำมั่นว่าราคาน้ำมันจะลดลง ทันทีที่สหรัฐชนะสงครามครั้งนี้ ซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา


การเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งสองพรรค โดยพรรครีพับลิกันมีความเสี่ยงสูญเสียเสียงข้างมากอย่างน้อยหนึ่งสภา ขณะที่ผลสำรวจพบว่าฐานเสียงของพรรคเดโมแครตมีแรงจูงใจออกไปใช้สิทธิสูงกว่า และคะแนนนิยมของทรัมป์ยังอยู่ในระดับต่ำมาก.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS