วานนี้ (11 ก.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการค้นพบฟอสซิลชิ้นส่วนของสัตว์โบราณในสภาพสมบูรณ์อย่างเหลือเชื่อในเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ ย่านคาบสมุทรซานฟรานซิสโก เขตซานมาเทโอ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
รายงานข่าวเผยว่า ระหว่างที่ บริดจิด ลินช์ นักธรณีสัณฐานวิทยาจากบริษัทที่ปรึกษาด้านอุทกวิทยา บาลานซ์ ไฮโดรโลจิกส์ กำลังลงพื้นที่สำรวจลำธารเพื่อดำเนินโครงการปรับปรุงถิ่นที่อยู่อาศัยของกบขาแดงแคลิฟอร์เนียซึ่งเป็นสัตว์สายพันธุ์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ก็พบสิ่งที่เธอมองว่าเป็นเพียง “ก้อนหินที่มีรูปร่างแปลกตา” ในตอนแรก
ก้อนหินดังกล่าวจมอยู่ในลำธาร เมื่อทีมงานนำขึ้นมาตรวจสอบอย่างละเอียดกลับพบว่ามันคือฟอสซิลฟันกรามของมาสโตดอนแปซิฟิกตัวเต็มวัย ซึ่งเป็นช้างโบราณสายพันธุ์ประจำถิ่นฝั่งตะวันตกของอเมริกาเหนือที่สูญพันธุ์ไปแล้ว ลินช์กล่าวว่า ตลอดการทำงานทางธรณีวิทยาที่ผ่านมา เธอไม่เคยเจอสิ่งใดที่น่าตื่นเต้นเท่านี้มาก่อน

ทางด้าน เวย์น ทอมป์สัน นักบรรพชีวินวิทยาและประธานบริหารของแปซิฟิก เพลีออนโทโลจี ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำการวิเคราะห์ฟอสซิลชิ้นนี้ในเบื้องต้น ก็ได้ให้ความเห็นว่า ฟอสซิลชิ้นนี้อยู่ในสภาพสมบูรณ์อย่างไร้ที่ติ เป็นฟันกรามมาสโตดอนที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยพบในภูมิภาคนี้ และสวยงามที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาในชีวิต
สำหรับมาสโตดอนแปซิฟิกนั้น เพิ่งถูกจำแนกเป็นสายพันธุ์เฉพาะอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2562 โดยมีความใกล้ชิดกับสายพันธุ์ของมาสโตดอนอเมริกัน สัตว์คล้ายช้างทั้งสองสายพันธุ์นี้เคยอาศัยอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือช่วงยุคไพลสโตซีนหรือที่มักเรียกกันว่ายุคน้ำแข็ง ซึ่งย้อนไปไกลถึงราว 2.6 ล้าน ถึง 11,700 ปีที่แล้ว แต่มาสโตดอนสายพันธุ์แปซิฟิกจะอาศัยอยู่ทางฝั่งตะวันตกมากกว่า ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในเม็กซิโก แคลิฟอร์เนีย ออริกอน และเทือกเขาร็อกกี เมื่อโตเต็มที่จะมีความสูงราว 2.5 – 3 เมตร มีน้ำหนักตัว 4 – 6 ตัน

ข้อแตกต่างทางกายภาพระหว่างสองสายพันธุ์นี้คือ มาสโตดอนแปซิฟิกจะมีฟันกรามซี่ที่สามที่แคบกว่า กระดูกขาหลังหนากว่า และในบางตัวอาจไม่มีงาที่ขากรรไกรล่าง โดยคาดว่าพวกมันสูญพันธุ์ไปพร้อมกับการสิ้นสุดยุคน้ำแข็งเมื่อประมาณ 10,000 ปีที่แล้ว
เพื่อระบุอายุที่แน่นอนของฟอสซิลชิ้นนี้ องค์การดูแลพื้นที่เปิดโล่งภูมิภาคมิดเพนินซูลา หรือมิดเพน (Midpen) ได้มอบฟอสซิลฟันกรามดังกล่าวแก่คณะวิทยาการแห่งความยั่งยืนเดอร์แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เพื่อทำการตรวจสอบอายุฟอสซิลชิ้นนี้ด้วยคาร์บอนกัมมันตรังสีต่อไป
นอกจากนี้ นักวิจัยมีแผนที่จะทำแบบจำลองสามมิติของฟันกรามชิ้นนี้ เพื่อให้ทาง มิดเพน นำไปใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ นิทรรศการ และการศึกษาแก่สาธารณชนต่อไป ฟอสซิลดังกล่าวนับเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ช่วยเติมเต็มภาพรวมชีวิตในยุคน้ำแข็งของอเมริกาเหนือให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : livescience.com
เครดิตภาพ : Midpen, Balance Hydrologics



