สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ว่า ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ศูนย์ข้อมูลได้กลายเป็นประเด็นถกเถียงทางการเมืองอย่างเข้มข้นทั่วออสเตรเลีย รวมถึงการต่อต้านจากชุมชน ข้อพิพาทด้านการวางแผน และการสอบสวนของรัฐสภา โดยเฉพาะคำถามเกี่ยวกับปริมาณการใช้ไฟฟ้าและน้ำ สถานที่ที่ควรสร้าง ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น และออสเตรเลียจะได้รับประโยชน์จากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องหรือไม่
ในเดือน ส.ค. ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีออสเตรเลียได้ยืนยันถึงแผนออกกฎหมายควบคุมศูนย์ข้อมูล ซึ่งคาดว่ามีขึ้นภายในต้นปีหน้า โดยจะครอบคลุมข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้พลังงาน น้ำ และที่ดิน
แม้ศูนย์ข้อมูลจะมีมานานหลายทศวรรษแล้ว แต่รูปแบบได้เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน โดยเฉพาะขนาด วัตถุประสงค์ และทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับสนับสนุนการเติบโต โดยต้นกำเนิดของศูนย์ข้อมูล สามารถสืบย้อนไปได้ถึงช่วงคริสต์ทศวรรษ 1940 เมื่อคอมพิวเตอร์รุ่นแรก ๆ มีขนาดใหญ่มากจนต้องใช้พื้นที่เฉพาะในการจัดเก็บ
แต่เมื่อคอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลง มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น รัฐบาลและธุรกิจต่าง ๆ ก็เริ่มนำโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีของตนเองมาใช้มากขึ้น โดยมักจะดำเนินการห้องเซิร์ฟเวอร์ภายในองค์กรเพื่อจัดการอีเมล การจัดเก็บไฟล์ และระบบภายในอื่น ๆ
Data centres were once treated as invisible pieces of digital infrastructure. Now, they're the focus of intense political debate. @Sydney_Uni https://t.co/P1hsiYAfkr
— The Conversation – Australia + New Zealand (@ConversationEDU) September 13, 2026
อินเทอร์เน็ตได้ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่บริการเช่าพื้นที่ในศูนย์ข้อมูล หรือโคโลเคชัน (co-location) ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1990 ซึ่งเปิดให้ลูกค้าหลายรายเช่าพื้นที่จัดเก็บเซิร์ฟเวอร์ในสถานที่เดียวกัน ก่อนที่ในยุคต่อมา การเติบโตของระบบคลาวด์ ได้เร่งการเติบโตของศูนย์ข้อมูลให้เร็วขึ้น
ในปี 2549 กูเกิลได้เปิดศูนย์ข้อมูลไฮเปอร์สเกล (hyperscale) แห่งแรก ที่สามารถรองรับผู้ใช้ได้หลายล้านคน เช่นเดียวกันแอมะซอนเว็บเซอร์วิสเซส ซึ่งได้เปิดตัวบริการคลาวด์คอมพิวติงครั้งแรกในปีเดียวกัน
ในปัจจุบัน ออสเตรเลียมีศูนย์ข้อมูลที่เปิดใช้งานแล้วกว่า 160 แห่ง โดยส่วนใหญ่อยู่ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ และรัฐวิกตอเรีย รวมถึงอีกอย่างน้อย 90 แห่ง ที่อยู่ในระหว่างการพัฒนา ซึ่งจะมีขนาดใหญ่กว่าศูนย์อื่น ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันมาก โดยเฉพาะแผนของโครงการใหม่บนถนนมามเร (Mamre Road) ในเมืองซิดนีย์ ที่จะมีขนาด 1.2 กิกะวัตต์ และครอบคลุมพื้นที่เทียบเท่ากับสนามรักบี้ 52 สนาม
หากถูกอนุมัติให้สร้างเต็มกำลังการผลิต ศูนย์ข้อมูลแห่งนี้จะกลายเป็นผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย
US tech titans are interested in building data centers in Australia, drawn by its green grid and proximity to Asia, as they face a growing backlash at home, according to AirTrunk Operating https://t.co/wlgt5Pg9KW
— Bloomberg (@business) September 7, 2026
ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่โดยทั่วไปจะมีเซิร์ฟเวอร์อย่างน้อย 5,000 เครื่อง ใช้พื้นที่อย่างน้อย 10,000 ตารางฟุต และสามารถใช้พลังงานได้มากกว่า 100 เมกะวัตต์ ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการไฟฟ้าประจำปีมากกว่า 50,000 ครัวเรือน
ในปี 2568 ผู้ประกอบการศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ครองส่วนแบ่ง 48% ของกำลังการผลิตศูนย์ข้อมูลทั่วโลก
หลังจากที่โอเพนเอไอเปิดตัวแชตจีพีที ในช่วงปลายปี 2565 ปัญญาประดิษฐ์ก็ได้เร่งการเติบโตของศูนย์ข้อมูลอย่างรวดเร็ว เนื่องจากภาระงานของเอไอ ต้องการพลังการประมวลผลมากกว่าบริการดิจิทัลแบบดั้งเดิม และคาดว่าจะคิดเป็นประมาณ 70% ของความต้องการศูนย์ข้อมูลภายในปี 2573
ศูนย์ข้อมูลที่มีขนาดใหญ่กว่ามักจะมีประสิทธิภาพสูงกว่า เนื่องจากได้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (economies of scale) และความก้าวหน้าในการออกแบบสถานที่ เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายพลังงาน และการใช้ชิปประมวลผลรวมถึงเซิร์ฟเวอร์ที่มีสมรรถนะสูงขึ้น
Barrenjoey chief economist Jo Masters expects investment in the data centre boom to hit $110 billion by 2030. https://t.co/hpH4Ry2TOQ
— Financial Review (@FinancialReview) September 14, 2026
มีการประเมินว่า เซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้งภายในองค์กรของออสเตรเลีย ใช้ไฟฟ้ามากกว่าศูนย์ข้อมูลแบบไฮเปอร์สเกล และแบบโคโลเคชัน ในการประมวลผลงานเดียวกันกว่า 7 เท่า อย่างไรก็ตาม แม้ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่จะใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า แต่ด้วยขนาดที่ใหญ่โต และความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าโดยรวมยังคงอยู่ในระดับสูง
ศูนย์ข้อมูลมีสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 3% ของไฟฟ้าที่จ่ายผ่านโครงข่ายหลักของออสเตรเลีย ในช่วงปี 2568-2569 และคาดการณ์ว่าสัดส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 13% ภายในปี 2578-2569 ทำให้นำไปสู่กระแสการคัดค้านจากชุมชน เนื่องจากศูนย์เหล่านี้ใช้ทรัพยากรทั้งที่ดิน พลังงาน และน้ำในปริมาณมาก
ออสเตรเลียยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูล ด้วยการสนับสนุนอย่างแข็งขันจากภาครัฐ ทำให้ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ และมูลค่าการก่อสร้างศูนย์เหล่านี้ คาดว่าจะสูงถึง 150,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 3.55 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2573
อย่างไรก็ดี ยังไม่มีความแน่นอนว่า การลงทุนมหาศาลในศูนย์ข้อมูล จะสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่คุ้มค่าอย่างแท้จริงหรือไม่ และใครจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากผลตอบแทนเหล่านั้น.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



