นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้กระทรวงการคลังไปพิจารณาต่ออายุโครงการไทยช่วยไทยพลัส เฟสใหม่ ว่า มองว่าโครงการไทยช่วยไทยพลัส ยังมีความจำเป็นต้องต่ออายุมาตรการ เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่กลับมาสูงขึ้นเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐอีกครั้ง
ทั้งนี้ ตามขั้นตอนคลังจะเสนอโครงการไทยช่วยไทยพลัส เข้าคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ภายในสัปดาห์ ซึ่งปัจจุบันมีวงเงินในส่วนของการเยียวยาบรรเทาภาระค่าครองชีพ เหลืออยู่ 4.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเงินก้อนดังกล่าวจะเพียงพอสำหรับดำเนินการไทยช่วยไทยพลัสเพียง 1 เดือนเท่านั้น แต่หากไม่พอจริงก็ยังมีช่องทาง สามารถโยก พ.ร.ก.กู้เงินในส่วน 2 แสนล้านบาท ที่ใช้ในการเปลี่ยนผ่านพลังงานมาใช้ทำไทยช่วยไทยพลัส เฟสใหม่ได้ ซึ่งจะทำให้สามารถขยายระยะเวลาโครงการออกไปได้มากกว่า 1 เดือน หรืออาจยาวไปจนถึงสิ้นปี เพราะตามกฎหมายเปิดทางให้สามารถดำเนินการได้ หรืออาจจะต้องรอดูรายละเอียดข้อเสนอว่าจะมีการปรับรายละเอียดโครงการหรือไม่
“ภายในสัปดาห์นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ คาดจะมีการพิจารณาโครงการไทยช่วยไทยพลัส เพราะจะหมดอายุภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ถ้าต้องการให้มาตรการมีความต่อเนื่อง ต้องเสนอโครงการ ครม. อนุมัติภายในเดือนนี้ จึงจะไม่เกิดรอยต่อ ทำให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างไม่สะดุด ซึ่งเมื่อคณะกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณาแล้ว ก็เสนอให้ ครม.อนุมัติต่อไป”



