เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้รายงานถึงความคืบหน้าเพิ่มเติม ในคดีอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง หรือ “อดีตหลวงพ่ออติโชติ” หรือไม่ ว่า เรื่องนี้ได้ไปตอบแล้วในสภา เมื่อถามถึงกรณีการตรวจสอบบัญชีวัด นายปกรณ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ได้เร่งรัดมาโดยตลอด
เมื่อถามต่อว่า กรณีมีกระแสข่าววัดใหม่เกิดขึ้น ได้มีการตรวจสอบแล้วหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ได้ประสานกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ว่ามีวัดใดบ้าง แต่ก็ไม่ได้มีอะไร ซึ่งวัดที่มีข่าวอย่างวัดจุฬามณี จ.สมุทรสงคราม ได้ตรวจสอบแล้วเบื้องต้นยังไม่มีอะไร ซึ่งต้องรอข้อมูลกับทางตำรวจด้วย
“ผมจะบอกให้นะ เรื่องที่จะไปกล่าวหาใครต่อใคร มันละเมิดสิทธิคนอื่นถ้าคุณไม่มีหลักฐานเพียงพอ อย่าไปกล่าวหาใครต่อใครไม่ดี แล้วมันสร้างสิ่งที่ไม่ดีต่อพระศาสนาด้วย จงอย่าเชื่อว่าเขาเล่าว่า เพราะส่งมาตามไลน์ และแชร์กัน ขอฝากผู้สื่อข่าวช่วยดูแลพระพุทธศาสนาด้วย ไม่ใช่ดราม่าไปทุกเรื่อง ทุกเรื่องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงในแต่ละกรณี ซึ่งเขาดำเนินการไม่ต้องกังวล ไม่ต้อง น.ก.ค. (ชื่อย่อ) ถามผม ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน” นายปกรณ์ กล่าว
นายปกรณ์ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ต้องป้องกัน วิธีการป้องกันที่ดีที่สุดคือการทำระบบ เมื่อตนบอกว่าเป็นกิเลสอยู่ในใจคน ต้องไปขัดเกลากิเลส เรื่องที่เราจะทำได้คือการวางระบบ ซึ่งได้วางไว้ 5 รายการ ทั้งบัญชีวัด ทะเบียนพระ ทะเบียนวัด เป็นต้น พร้อมย้ำว่า ปัญหาเกิดก่อนหน้านี้มานาน พยายามมาทำให้เร็วที่สุด เท่าที่จะเร็วได้ อย่าไปกล่าวหาใครง่ายๆ ไม่ดีเลย คิดถึงสิทธิของคนอื่นด้วย



