เมื่อวันที่ 17 ก.ย. บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) จัดงาน “THAI TALK” เพื่อนำเสนอแผนการดำเนินงานการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการ ยกระดับประสบการณ์การเดินทางแบบไร้รอยต่อ ตลอดจนแผนขยายเครือข่ายเส้นทางบิน โดยนายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทยฯ กล่าวว่า การบินไทย มีแผนปรับปรุงภายในห้องโดยสารของฝูงบินลำตัวกว้างที่ให้บริการบินระยะไกลในปัจจุบัน ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยปรับปรุงภายในห้องโดยสารจนปลดประจำการ จึงทำให้ไม่สามารถแข่งขันในตลาดกับสายการบินอื่นได้ จะใช้วิธีลดราคาบัตรโดยสาร ก็ขาดทุน เป็นวังวนเดิม ไม่สามารถหลุดพ้นได้ จนวันนี้บริษัทมีความแข็งแกร่งด้านการเงิน และมีกำไร จึงลุกขึ้นมาลงทุนปรับปรุงครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสาร

นายชาย กล่าวต่อว่า เบื้องต้นมีแผนปรับปรุงเครื่องบินลำตัวกว้างฝูงบินเดิมทั้งหมด ประมาณ 35 ลำ วงเงินลงทุนรวมประมาณ 2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น โบอิ้ง B777-300ER จำนวน 14 ลำ และแอร์บัส A350 จำนวน 21 ลำ การปรับปรุงครั้งนี้ผู้โดยสารจะได้รับประสบการณ์ และการบริการที่น่าประทับใจมากขึ้น ซึ่งการตกแต่งห้องโดยสารใหม่ จะมีความทันสมัย และสะดวกสบาย ใช้โทนสีม่วงเข้ม (Dark Purple) พร้อมระบบแสงที่จะเพิ่มความหรูหรามากขึ้น รวมถึงติดตั้ง Self-Service Counter เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถบริการเครื่องดื่ม และของว่างระหว่างเที่ยวบินได้ด้วยตัวเอง รวมทั้งปรับปรุงสื่อสาระความบันเทิง และระบบ Wi-Fi คาดว่าลำแรกจะปรับปรุงแล้วเสร็จในช่วงกลางปี 2570

นายชาย กล่าวอีกว่า บริษัทฯ พิจารณาแล้วว่า เพื่อเป็นการตอบโจทย์ผู้โดยสารกลุ่มพรีเมียม และลดข้อจำกัดที่มีเครื่องบินให้บริการชั้นหนึ่ง (First Class) เพียงไม่กี่ลำ จึงได้พัฒนาที่นั่งรูปแบบใหม่ในชั้นธุรกิจ (Business) หรือ Royal Silk ให้เป็น Premium Business Class อยู่บริเวณแถวแรกของชั้นธุรกิจ ซึ่งจะติดตั้งประตูสไลด์เพิ่มความเป็นส่วนตัว พร้อมฉากกั้นกลางแบบปรับขึ้น-ลงด้วยไฟฟ้า ออกแบบพื้นที่กว้างขวาง หน้าจอส่วนตัวขนาดใหญ่ 32 นิ้ว มีความละเอียด 4K ที่ลื่นไหล ส่วนชั้น Business Class แถวถัดมา จะปรับปรุงให้มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น หน้าจอส่วนตัวขนาด 24 นิ้ว

ขณะที่ Premium Economy Class ติดตั้งหน้าจอส่วนตัวขนาด 16 นิ้ว รองรับผู้โดยสารที่ต้องการความสบายมากกว่าชั้นประหยัด ส่วน Economy Class ยังคงจัดที่นั่งแบบ 3-3-3 แต่ปรับสีเบาะที่นั่ง และสามารถปรับเอนได้มากขึ้น อย่างไรก็ตามในระหว่างที่รอการปรับปรุง บริษัทได้ยกระดับบริการ Soft Service ทั้งการบริการของลูกเรือ และรายการอาหาร เพื่อมาชดเชยกับจุดอ่อนเรื่องเก้าอี้ และสาระบันเทิงที่ยังไม่สามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้ผู้โดยสารได้อย่างเพียงพอ

นายชาย กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันบริษัทมีเครื่องบินประจำฝูงบิน 87 ลำ แบ่งเป็น ลำตัวแคบ 29 ลำ และลำตัวกว้าง 58 ลำ โดยในปี 2569 รับมอบเครื่องบินใหม่ลำตัวแคบ ที่ใช้บินระยะสั้น แอร์บัส A321neo อีก 15 ลำ จากทั้งหมด 32 ลำ ซึ่งรับมอบมาแล้ว 9 ลำ ปลายปี 2569 รับเพิ่มอีก 6 ลำ ส่งผลให้ปี 2569 จะมีเครื่องบินประจำฝูงบิน 102 ลำ อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ยังคงตั้งเป้าหมายมีเครื่องบินประจำฝูงบิน 150 ลำ ภายในปี 2576

นายชาย กล่าวด้วยว่า ขณะนี้แม้อุตสาหกรรมการบินทั่วโลก ยังได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในต่างประเทศ และมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมัน แต่ในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ซึ่งเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว(โลว์ซีซั่น) การบินไทยยังคงสามารถปรับตัว และทำกำไรได้กว่า 1.5 พันล้านบาท อย่างไรก็ตามผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรก การบินไทยทำรายได้ไปแล้วประมาณ 9.9 หมื่นล้านบาท คาดการณ์ว่าทั้งปี 2569 รายได้อาจจะทะลุ 2 แสนล้านบาท ขณะที่สภาพคล่องเงินสดในมือคาดว่าจะมีมากกว่า 1.2 แสนล้านบาท ส่วนกรณีที่สายการบินต้นทุนต่ำบางแห่ง เริ่มได้รับผลกระทบ บริษัทฯ มองว่าเป็นโอกาสที่พร้อมส่งเครื่องบินเข้าไปบินทดแทน หรือเพิ่มความถี่ ยืนยันว่ายังมีเครื่องบินให้บริการเพียงพอ



