เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่วัดป่าอดุลยาราม ชุมชนกังสดาล เขตเทศบาลนครขอนแก่น ภายหลังจากเจ้าพนักงานที่ดินขอนแก่น ได้ทำการเปลี่ยนชื่อในโฉนดที่ดินจากนายเฮียง พิมพ์ศรี เป็นชื่อวัดป่าอดุลยารามอย่างถูกต้องตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว มีประชาชนเดินทางมาทำบุญที่วัดตามปกติ โดยพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ได้ขึ้นให้พร และเทศนาธรรมญาติโยมที่มาถวายภัตตาหาร จตุปัจจัยไทยธรรมในวันนี้

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร ชมส.สภ.เมืองขอนแก่น ยังคงประจำจุดดูแลความสงบและความปลอดภัยภายในวัดอย่างเข้มงวดโดยมีคณะกรรมการวัดซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ เดินทางมาเฝ้าบริเวณหน้ากุฏิเจ้าอาวาสและพูดคุยถึงความคืบหน้าข้อพิพาทต่างๆ ที่เกิดขึ้น

น.ส.ณัฐพัทธิญา จิณลาภัทร์ หรือ “พี่หมู” อายุ 57 ปี อาสาสมัคร ชมส.สภ.เมืองขอนแก่น อยู่บ้านเลขที่ 208/49 หมู่ 8 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า โดยส่วนตัวเคยมาทำบุญที่วัดแห่งนี้หลายครั้ง และครั้งนี้มีโอกาสมาช่วยดูแลความปลอดภัยให้เจ้าอาวาส ซึ่งท่านเป็นพระที่เปี่ยมด้วยเมตตา ไม่อาฆาตหรือพยาบาทใคร และวันนี้รู้สึกดีใจที่โฉนดเปลี่ยนเป็นชื่อวัดแล้ว เพราะในความรู้สึกของตน ที่ดินตรงนี้เป็นสมบัติของแผ่นดินและเป็นของวัดอยู่แล้ว เพราะนายเฮียงมีเจตนายกให้เป็นวัด

น.ส.ณัฐพัทธิญา กล่าวต่อว่า หากครอบครัวนายเฮียงหรือป้าดาต้องการมาทำบุญที่วัดจริง ทุกคนก็พร้อมต้อนรับ เพราะเจ้าอาวาสมีเมตตา มองโลกในแง่ดี และเปิดให้ทุกคนเข้ามาทำบุญได้โดยไม่แบ่งฝ่าย อีกทั้งยังอโหสิกรรมให้ โดยทุกคนก็รู้ดีว่า ท่านเจ้าอาวาสได้ขอบิณฑบาตเรื่องการดำเนินคดีกับ ลุงธานอส และไม่ติดใจเอาความ ส่วนกระบวนการทางกฎหมายก็ต้องดำเนินไปตามขั้นตอน และจากการติดตามข่าวคิดว่าป้าดาไม่น่าจะจบ และหากไม่หยุดก็อาจไปถึงการเข้าคุก เพราะกฎหมายต้องเป็นไปตามกฎหมาย ไม่ว่าเส้นสายจะใหญ่ขนาดไหนก็ไม่มีข้อละเว้น และการพยายามดำเนินการทุกวิถีทางอาจกลายเป็นหลักฐานมัดตัวผู้กระทำ ทั้งที่ที่ดินเป็นที่วัดอยู่แล้ว

น.ส.ณัฐพัทธิญา กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังเปลี่ยนชื่อในโฉนดเรียบร้อยวันนี้พบว่า เจ้าอาวาสรู้สึกดีใจและสบายใจขึ้น เพราะกังวลและเก็บรักษาโฉนดมาเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ ตร.และ ชุด ชมส.จะยังคงดูแลความปลอดภัยให้ท่านเป็นหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติต่อไป