วันนี้ (18 ก.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานผลการสำรวจความคิดสาธารณะของชาวอเมริกันครั้งล่าสุดจากองค์กรด้านสื่อสารมวลชนโพลิติโคที่จัดทำขึ้นเพื่อวัดกระแสสังคม อารมณ์ความรู้สึกของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และทัศนคติของประชาชนอเมริกันที่มีต่อประเด็นการเมือง นโยบายรัฐบาล เศรษฐกิจ เทคโนโลยี หรือเหตุการณ์สำคัญระดับโลก
ผลการสำรวจล่าสุดจาก โพลิติโค ระบุว่า จำนวนชาวอเมริกันสูงถึง 63% เชื่อว่า “มีความเสี่ยงอย่างน้อยระดับปานกลาง” ที่ปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอขั้นสูงจะ “ทำลายล้างมนุษยชาติ” โดยในจำนวนนี้ประกอบด้วยผู้ลงคะแนนให้กมลา แฮร์ริส (70%) และผู้ลงคะแนนให้โดนัลด์ ทรัมป์ (60%) สะท้อนว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งทางการเมือง แต่เมื่อมาถึงประเด็นของปัญญาประดิษฐ์ ชาวอเมริกันกลับก้าวข้ามความขัดแย้งและเห็นพ้องเป็นเสียงเดียวกันว่า การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์เป็นไปอย่างรวดเร็วเกินไป
ผลสำรวจยังพบว่า 48% ของผู้ใหญ่ในสหรัฐเห็นว่าควร “หยุดพัก” การพัฒนาโมเดลเอไอที่ก้าวหน้ากว่าปัจจุบัน ขณะที่ 67% หรือราวสองในสาม มองว่า เอไอกำลังพัฒนาเร็วเกินไป และอีก 73% กังวลว่าเอไอจะก่อให้เกิดการว่างงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นสถิติที่สูงกว่าความกังวลเรื่องวันสิ้นโลก (50%)
ความกังวลเกี่ยวกับเอไอนี้ยังสะท้อนผ่านความรู้สึกไม่ไว้ใจที่จะให้เอไอเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน โดยผลจากการสำรวจระบุว่า คนส่วนใหญ่ไม่ยินยอมหรือ “รับไม่ได้” ที่จะให้ใช้เอไอในการตัดสินคดีในศาล (70%), ทำนายผู้มีแนวโน้มก่ออาชญากรรม (62%), จัดการงานบริหารภาครัฐ (59%), ตรวจการบ้านเด็ก (53%) หรือแม้แต่การวินิจฉัยโรคเบื้องต้น (51%)
นอกจากนี้ยังมีผลสำรวจของสำนักข่าวแนวฮีตแมปที่เผยว่า คนอเมริกันไม่เพียงหวาดหวั่นเอไอในเชิงทฤษฎีเท่านั้น แต่ยังหวั่นเกรงผลกระทบทางกายภาพจากการตั้งศูนย์ข้อมูลเพื่อรองรับการประมวลผลอันมหาศาลของเอไอ สร้างกระแสต่อต้านอย่างหนักในระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะประเด็นการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้า แหล่งน้ำ มลพิษทางเสียง และความร้อน
ผลการสำรวจของฮีตแมปชี้ว่าภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งปี แรงสนับสนุนให้สร้างศูนย์ข้อมูลใกล้ชุมชนได้ดิ่งลงจาก 43% เหลือเพียง 15% ขณะที่ชาวอเมริกันถึง 75% ประกาศคัดค้านการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลในพื้นที่ของตน
ความตื่นตระหนกเกี่ยวกับเอไอเกิดขึ้นหลังจาก เจคอบ ค็อกซอน อดีตนักวิจัยเอไอจากแอนโทรปิกที่ยื่นใบลาออกพร้อมเปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ผู้เชี่ยวชาญที่กำลังพัฒนาเอไอต่างเชื่ออย่างจริงจังว่าเทคโนโลยีนี้อาจนำไปสู่จุดจบของมนุษยชาติได้ภายในสิ้นทศวรรษ ก่อให้เกิดกระแสเรียกร้องให้มีการควบคุมและชะลอการพัฒนาเอไอ
ความกังวลที่ชาวอเมริกันมีร่วมกันนี้ส่งผลให้แกนนำทางการเมืองจากสองขั้ว อย่าง สว. เบอร์นี แซนเดอร์ส จากฝั่งประชาธิปไตยสังคมนิยม และ สตีฟ แบนนอน อดีตที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาร่วมเวทีเดียวกันเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการควบคุมเอไอ ก่อนที่จะสายเกินไป
นักวิเคราะห์ระบุตรงกันว่า ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่า ความกังวลเรื่องเอไอได้กลายเป็นจุดร่วมทางความคิดของสังคมอเมริกันอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และอาจกลายเป็นแรงกดดันสำคัญที่บังคับให้สภาคองเกรสต้องเร่งออกกฎหมายจัดระเบียบเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกนี้ในเร็ววัน
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : tech.yahoo.com
เครดิตภาพ : REUTERS



