สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศห้ามผู้สื่อข่าวจากซีเอ็นเอ็น เอ็มเอส นาว และโพลิติโค เข้าทำงานในทำเนียบขาว โดยกล่าวหาว่าสื่อทั้งสามแห่งรายงานข่าวปลอมและเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จเกี่ยวกับรัฐบาลวอชิงตันขุดปัจจุบัน
ทรัมป์ระบุว่า ไม่มีเหตุการณ์ใดเป็นการเฉพาะที่นำไปสู่คำสั่งดังกล่าว แต่เป็นผลจากการรายงานข่าวสะสมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พร้อมเตือนว่า อาจมีสำนักข่าวอื่นถูกห้ามเพิ่มเติม โดยเอ่ยถึง เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส และเดอะ วอชิงตัน โพสต์
อย่างไรก็ตาม ขอบเขตของคำสั่งห้ามยังไม่ชัดเจน และผู้แทนของสื่อทั้งสามแห่งยังคงปฏิบัติงานในทำเนียบขาวหลังทรัมป์ประกาศ
ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเสรีภาพสื่อมองว่า การกีดกันสื่อเพราะไม่พอใจการรายงานข่าว อาจขัดต่อบทแก้ไขรัฐธรรมนูญสหรัฐครั้งที่ 1 ซึ่งคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพสื่อ
.@POTUS: "They're Fake News… Our country has to have HONEST news." https://t.co/H0GMoO7uV5 pic.twitter.com/WIChZIGgvT
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) September 18, 2026
สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นและโพลิติโคประกาศพร้อมปกป้องสิทธิตามรัฐธรรมนูญ และคัดค้านการแทรกแซงการทำหน้าที่ของสื่อ
แม้ประธานาธิบดีมีดุลพินิจในการจำกัดการเข้าถึงกิจกรรมบางประเภท เช่น การประชุมในห้องทำงานรูปไข่ แต่การกีดกันสื่อจากพื้นที่ทำงานหรือสิทธิประจำทำเนียบขาวในวงกว้าง อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญและหลักประกันกระบวนการยุติธรรม
นับตั้งแต่ทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่สอง เมื่อเดือน ม.ค. 2568 รัฐบาลได้ปรับเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ทำเนียบขาวมีต่อสื่อมวลชน โดยลดการเข้าถึงของสำนักข่าวรายใหญ่ และเพิ่มบทบาทให้สื่อที่มีท่าทีสนับสนุนรัฐบาล
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยพยายามเพิกถอนหรือระงับบัตรผ่านทำเนียบขาวของผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็นและเพลย์บอยมาแล้ว แต่ศาลรัฐบาลกลางมีคำสั่งให้คืนสิทธิดังกล่าว อีกทั้งเมื่อปีที่ผ่านมา รัฐบาลยังห้ามสำนักข่าวเอพีเข้าร่วมคณะผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว เนื่องจากเอพีไม่ยอมใช้ชื่อ “อ่าวอเมริกา” ตามที่ทรัมป์ต้องการใช้เรียกแทนอ่าวเม็กซิโก.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



