สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เปิดเผยว่า รัฐบาลวอชิงตันกำลังเจรจาข้อตกลงครั้งใหญ่ เพื่อซื้อโพแทชจากเบลารุสในราคาถูกกว่าที่สหรัฐจ่ายให้แคนาดาในปัจจุบัน
ทรัมป์ยืนยันว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะเป็นข่าวดีสำหรับเกษตรกรและผู้เลี้ยงปศุสัตว์ของสหรัฐ เนื่องจากช่วยลดต้นทุนด้านปุ๋ย


ทั้งนี้ โพแทชเป็นแร่ธาตุสำคัญสำหรับการผลิตปุ๋ย ช่วยเพิ่มความต้านทานโรคของพืช ยกระดับคุณภาพผลผลิต และเพิ่มปริมาณผลผลิตทางการเกษตร


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนท่าทีของทรัมป์ ที่พร้อมใช้แหล่งจัดหาอื่นเป็นแรงกดดันในการเจรจาการค้ากับแคนาดา ซึ่งเป็นผู้ส่งออกโพแทชรายใหญ่ที่สุดมายังสหรัฐ และยังอาจสะท้อนสัญญาณการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับเบลารุส หลังรัฐบาลวอชิงตันผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบางส่วน


ขณะที่ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ผู้นำเบลารุส ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของรัสเซีย กล่าวว่า เบลารุสกลับมาส่งออกโพแทชไปยังสหรัฐแล้ว หลังมีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร แต่ลูคาเชนโกเรียกร้องให้สหรัฐคืนเงินมากกว่า 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 1,328.58 ล้านบาท ) ที่ยังติดค้างอยู่ในระบบธนาคารของสหรัฐ


เบลารุสและรัสเซียเป็นผู้ผลิตโพแทชรายใหญ่ของโลก แต่การคว่ำบาตรและการปิดท่าเรือสำคัญของลิทัวเนีย ทำให้ต้นทุนการขนส่งโพแทชไปยังสหรัฐผ่านเขตอาร์กติกของรัสเซียเพิ่มสูงขึ้น


ปัจจุบัน สหรัฐยังนำเข้าโพแทชจากรัสเซีย แต่แคนาดายังคงเป็นแหล่งจัดหาหลัก เนื่องจากอยู่ใกล้และมีต้นทุนขนส่งต่ำกว่า
อย่างไรก็ตาม มีความสงสัยว่า โพแทชจากเบลารุสจะช่วยเพิ่มปริมาณปุ๋ยหรือทำให้ราคาที่เกษตรกรสหรัฐจ่ายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

นักวิเคราะห์มองว่า สหรัฐไม่ได้ประสบปัญหาขาดแคลนโพแทช และมีปริมาณเพียงพอ ขณะที่ปุ๋ยฟอสเฟตและไนโตรเจนเป็นกลุ่มที่ตลาดต้องการแหล่งจัดหาเพิ่มเติม


นอกจากนี้ สงครามอิหร่านส่งผลกระทบต่อการจัดหาปุ๋ยไนโตรเจนและฟอสเฟต หลังการขนส่งสินค้าจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียได้รับผลกระทบ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS