เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 69 ผศ.นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ให้สัมภาษณ์กรณียื่นหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ดำเนินการพิจารณาคดีในการเลือก สว. พ.ศ. 2567 ให้ครบถ้วนตามกฎหมาย เพื่อคัดค้านมติ กกต. เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2569 ที่เห็นชอบให้ส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาเพียง 77 คน ในความผิด 7 มาตรา เนื่องจากเห็นว่า การสั่งฟ้องของ กกต. ยังไม่ครบถ้วนตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ. 2561 (พ.ร.ป.สว.) โดยละเว้นไม่ได้พิจารณา สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 229 คน ตามมาตรา 62 ทั้งที่คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง คณะที่ 26 (อนุฯ ชุดที่ 26) ได้บันทึกเสนอสั่งฟ้องผู้ต้องหาครบทั้ง 229 คน ในความผิด 7 มาตราที่มีโทษทางอาญา รวมถึงมาตรา 62 ด้วย
“การที่ กกต. พิจารณาเฉพาะข้อหาทางอาญา แล้วสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาเพียง 77 คน แต่เว้นผู้ถูกกล่าวหาอีก 152 คน ถือเป็นการดำเนินคดีไม่ครบถ้วนตามกฎหมาย เพราะพยานหลักฐานของอนุฯ ชุดที่ 26 ชี้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด มีส่วนร่วมกระทำการให้การเลือก สว. ไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม” ผศ.นพ.ตุลย์ กล่าว
ผศ.นพ.ตุลย์ กล่าวอีกว่า ประเด็นพยาน 3 คนที่ กกต. กันไว้เป็นพยาน ได้แก่ พยานเลขที่ 16/26, 21/26 และ 22/26 ซึ่งได้ส่งจดหมายขอรับคำให้การคืน โดย กกต. ได้นำการกลับคำให้การของพยานเลขที่ 16/26 มาใช้เป็นหลักสำคัญ ในการตัดคำให้การครั้งแรกออก และประธาน กกต. ได้แถลง ไม่ให้ความน่าเชื่อถือกับพยานปากนี้ตั้งแต่ต้น แต่กลับไม่มีการดำเนินการตามกฎหมายกับพยานที่กลับคำให้การทั้ง 3 รายแต่อย่างใด
ผศ.นพ.ตุลย์ ได้ยื่นข้อเสนอให้ กกต. 1.จัดประชุมพิจารณาคดีเลือก สว. 2567 ใหม่ ให้ครบถ้วนตามข้อเสนอของอนุฯ ชุดที่ 26 โดยสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง 2.ดำเนินการกับพยานกลับคำทั้ง 3 คนตามกฎหมาย โดยให้มติการกันบุคคลไว้เป็นพยานสิ้นสุดลง พร้อมพิจารณาสั่งฟ้องพยานเลขที่ 21/26 และ 16/26 ตามมาตรา 76 ของ พ.ร.ป.ด้วยการได้มา สว. ในข้อหาช่วยเหลือเพื่อให้ผู้สมัครได้รับเลือก หรือไม่ได้รับเลือกเป็น สว. ซึ่งมีโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับ 20,000-200,000 บาท และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากพยานเลขที่ 16/26 เป็น สส. ในขณะที่มีการเลือก สว. และ 3.พิจารณาคดีด้วยมาตรฐานเดียวกันกับผู้กระทำความผิดทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกพรรค โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ เพื่อคืนความสุจริต และเที่ยงธรรมให้กับการเลือกตั้ง



