เมื่อสังเกตว่าน้องหมาเกาบ่อย เลียตัวไม่หยุด มีผื่นแดง ขนร่วง หรือเริ่มเป็นแผล สิ่งเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรคผิวหนังสุนัข ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่แบคทีเรียเชื้อราสุนัข ยีสต์ เห็บ หมัด ไร ภูมิแพ้ ไปจนถึงความผิดปกติของฮอร์โมน และแต่ละสาเหตุก็มีแนวทางรักษาที่แตกต่างกัน
หากสุนัขเป็นโรคผิวหนัง ไม่ควรรีบรักษาจากลักษณะผื่นเพียงอย่างเดียว เพราะอาการคัน ผื่นแดง ตุ่ม หรือขนร่วงอาจพบได้ในหลายโรค บทความนี้จะช่วยให้เจ้าของรู้จักประเภทของโรค สัญญาณที่ควรสังเกต วิธีดูแลเบื้องต้น รวมถึงแนวทางว่าเมื่อใดควรพาน้องหมาไปพบสัตวแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม
โรคผิวหนังสุนัข มีกี่ชนิด? รู้ 5 กลุ่มสาเหตุที่ควรสังเกต

โรคผิวหนังสุนัข เกิดได้จากหลายสาเหตุ จึงต้องแยกให้ได้ว่าเป็นจากการติดเชื้อ ปรสิต ภูมิแพ้ ฮอร์โมน หรือปัจจัยอื่น เพราะแต่ละกลุ่มมีอาการและแนวทางรักษาแตกต่างกัน โดยแบ่งสาเหตุหลักได้ดังนี้
ติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา หรือยีสต์
การติดเชื้ออาจทำให้เกิดอาการคัน ผิวแดง ขนร่วง มีกลิ่น หรือมีรอยโรคแตกต่างกันตามชนิดของเชื้อ โดยเฉพาะหมาเป็นเชื้อรา อาจพบขนร่วงเป็นหย่อม ผิวเป็นสะเก็ดหรือแดง และเชื้อราบางชนิดสามารถติดต่อสู่คนหรือสัตว์ตัวอื่นได้
ปรสิตภายนอก เช่น เห็บ หมัด ไร
เห็บ หมัด และไรสามารถกระตุ้นให้สุนัขคันผิวหนัง เกา เลีย หรือกัดตัวเองจนผิวหนังอักเสบและเกิดแผลตามมาได้ ในบางกรณีอาจต้องตรวจเพิ่มเติมเพื่อระบุชนิดของปรสิตและเลือกการรักษาให้ตรงสาเหตุ
โรคภูมิแพ้ผิวหนัง
ภูมิแพ้เป็นอีกสาเหตุของสุนัขผิวหนังอักเสบ โดยอาจเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมหรือสารก่อภูมิแพ้ อาการที่พบได้ เช่น คัน ผื่นแดง เลียหรือเกาผิวหนังซ้ำ ๆ และอาจเกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนได้หากผิวหนังระคายเคืองเรื้อรัง
ความผิดปกติของฮอร์โมน
ความผิดปกติของฮอร์โมนบางชนิด เช่น ภาวะไทรอยด์ต่ำหรือภาวะคอร์ติซอลสูง สามารถแสดงออกผ่านผิวหนังและเส้นขน เช่น ขนร่วง ผิวเปลี่ยนแปลง หรือมีอาการทางร่างกายอื่นร่วมด้วย จึงต้องอาศัยสัตวแพทย์ตรวจหาสาเหตุ
โรคผิวหนังสุนัขจากสาเหตุอื่น ๆ
นอกจากสาเหตุข้างต้น โรคผิวหนังในสุนัข ยังอาจสัมพันธ์กับความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน รูขุมขนอักเสบ เนื้องอก หรือโรคประจำสายพันธุ์ได้ จึงไม่ควรวินิจฉัยจากลักษณะผื่นหรือตุ่มเพียงอย่างเดียว
สัญญาณและอาการที่บ่งบอกว่าน้องหมาเป็นโรคผิวหนังมีอะไรบ้าง?
อาการของหมาเป็นโรคผิวหนัง มีได้หลายรูปแบบ และบางครั้งเริ่มจากความผิดปกติเล็ก ๆ ที่เจ้าของมองข้าม หากสังเกตเห็นอาการต่อไปนี้บ่อยหรือรุนแรงขึ้น ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เช่น
- สุนัขคันผิวหนัง เกา เลีย กัด หรือถูตัวบ่อยผิดปกติ
- มีผื่นแดง หรือผิวหนังแดงและระคายเคือง
- ขนร่วงมากผิดปกติ หรือร่วงเป็นหย่อม
- มีตุ่มแดง ตุ่มนูน หรือตุ่มหนองตามผิวหนัง
- ผิวแห้ง ลอก เป็นขุย หรือมีสะเก็ด
- มีกลิ่นผิวหนังผิดปกติ
- มีแผลจากการเกา เลีย หรือกัดซ้ำ ๆ
- บางจุดอาจมีผิวหนังหนา คล้ำ หรือเปลี่ยนสีจากการอักเสบเรื้อรัง
โรคผิวหนังมีวิธีการดูแลเบื้องต้นอย่างไร?
หากเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของผิวหนัง ควรดูแลเบื้องต้นเพื่อลดการระคายเคืองและป้องกันไม่ให้อาการลุกลาม โดยสามารถดูแลได้ดังนี้
- สังเกตตำแหน่ง ขนาด และการเปลี่ยนแปลงของผื่น ตุ่ม แผล หรือบริเวณขนร่วง
- รักษาความสะอาดบริเวณที่นอนและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะหากสงสัยเห็บหรือหมัด
- ป้องกันการเกา เลีย หรือกัดบริเวณที่มีแผลมากเกินไป
- ไม่ทายา ยาสี หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทราบส่วนประกอบลงบนรอยโรคก่อนตรวจ
- ไม่เลือกรักษาโรคผิวหนังสุนัข ด้วยสมุนไพร หรือวิธีอื่นด้วยตัวเองหากยังไม่ทราบสาเหตุ
- หากอาการไม่ดีขึ้น มีการอักเสบ หรือรอยโรคลุกลาม ควรพาไปพบสัตวแพทย์
แนวทางการรักษาโรคผิวหนังสุนัข เมื่อไหร่ควรพาไปพบแพทย์
สุนัขเป็นโรคผิวหนัง วิธีรักษา ต้องเลือกให้ตรงกับสาเหตุ เพราะแต่ละปัญหาใช้วิธีดูแลและรักษาต่างกัน โดยสัตวแพทย์อาจพิจารณาแนวทางดังต่อไปนี้
รักษาด้วยแชมพูสำหรับสุนัข
แชมพูอาบน้ำสุนัข โรคผิวหนังสามารถรักษาโรคผิวหนังบางประเภท โดยชนิดของแชมพูควรเลือกตามสาเหตุและคำแนะนำของสัตวแพทย์ เพราะสูตรที่ใช้กับเชื้อรา แบคทีเรีย หรือปัญหาผิวชนิดอื่นอาจแตกต่างกัน
บรรเทาอาการด้วยยาและการดูแลผิวสุนัข
กรณีที่มีอาการคันหรืออักเสบ สัตวแพทย์อาจพิจารณาการดูแลเพื่อควบคุมอาการร่วมกับการรักษาสาเหตุ โดยวิธีที่เลือกต้องเหมาะกับโรคและสุขภาพของสุนัขแต่ละตัว ไม่ควรใช้ยาของสัตว์ตัวอื่นหรือยาที่เหลือจากครั้งก่อนเอง
รักษาโรคผิวหนังสุนัขด้วยยา
การใช้ยารักษาโรคผิวหนังสุนัข แบบกิน ยาทา หรือยาในรูปแบบอื่นขึ้นอยู่กับการวินิจฉัย เช่น เชื้อรา การติดเชื้อ หรือปรสิตแต่ละชนิดอาจต้องใช้ยาต่างกลุ่มกัน จึงควรให้สัตวแพทย์เป็นผู้เลือกชนิดยา ขนาด และระยะเวลาที่เหมาะสม
โรคผิวหนังสุนัข สังเกตเร็ว รักษาตรงสาเหตุ ช่วยลดปัญหาลุกลาม
โรคผิวหนังสุนัข มีหลายสาเหตุและหลายลักษณะ ตั้งแต่อาการคัน ผื่นแดง ขนร่วง ตุ่ม ไปจนถึงแผลที่ผิวหนัง การดูแลจึงควรเริ่มจากการสังเกตความผิดปกติและหลีกเลี่ยงการรักษาเองโดยยังไม่ทราบต้นเหตุ
หากพบว่าน้องหมาเกาหรือเลียตัวต่อเนื่อง รอยโรคลุกลาม หรือมีอาการผิดปกติที่ผิวหนัง ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและวางแนวทางรักษาที่เหมาะสม สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการคันและปัญหาผิวหนังในสุนัขได้ที่ Goodbye Itch



