เมื่อวันที่ 1 ม.ค. ที่ บช.น. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. กล่าวถึงกรณีกลุ่มวัยรุ่นอาชีวะ 2 สถาบัน ยกพวกใช้อาวุธปืนยิงใส่กันจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดปากซอยสะแกงาม 14 ท้องที่ สน.แสมดำ ว่า เบื้องต้นหลังสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาจากทั้ง 2 สถาบันได้รวม 15 คน และมือยิงจากสถาบันย่านสมุทรสาคร ถูกยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 คน ตำรวจอยู่ระหว่างออกหมายจับพวกที่เหลือ โดยแบ่งเป็นจากสถาบันย่านพระราม 2 จำนวน 6 คน และสถาบันย่านสมุทรสาครอีก 1 คน โดยทั้ง 7 คนที่เหลือนี้เป็นเพียงกลุ่มที่ร่วมก่อเหตุทำร้ายร่างกาย ไม่ใช่คนยิง ส่วนมือยิงของสถาบันย่านพระราม 2 ได้ถูกจับกุมไปแล้ว ซึ่งจากการสอบสวนยังไม่พบหัวหน้าแก๊งหรือหัวโจ๊กชัดเจน แต่ทราบว่าอาวุธปืนทั้งหมดไม่มีใบอนุญาตและบางส่วนเป็นอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ส่วนการดำเนินคดีกับผู้ปกครองในกรณีดังกล่าวเพื่อให้เป็นกรณีตัวอย่างหรือไม่นั้น ทางพนักงานสอบสวนจะต้องดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานก่อน แต่ขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการกับผู้ปกครองปล่อยปละละเลยแต่อย่างใด

พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวต่อว่า ส่วนการดำเนินการ 2 มาตรการคือการป้องกันในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปสถาบันการศึกษา ทั้งครู อาจารย์ เด็ก และชุมนุมมีส่วนร่วมให้แนวทางที่ถูกต้องให้เน้นในเรื่องแนวทางป้องกัน วิเคราะห์สถาบันใดมีความขัดแย้ง จัดกิจกรรมสร้างความคุ้นเคย อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือตรวจสอบซุกซ่อนวัตถุที่นำมาใช้ก่อเหตุ อาทิ อาวุธปืน อาวุธมีด อีกส่วนคือการป้องกันปราบปรามต้องดำเนินคดีทุกข้อหาที่เป็นความผิด เชื่อมโยงผู้ปกครองให้เด็กกระทำความผิดก็ต้องดำเนินการเช่นเดียวกัน ส่วนใหญ่เป็นการรวมกลุ่มแบะจับกุมผู้ใช้อาวุธปืนก่อเหตุ

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงสถานการณ์สถาบันอาชีวะยกพวกตีกัน จึงได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หาแนวทาง และวางแผนเพื่อป้องกันเหตุ และลดความขัดแย้งให้ได้โดยเร็ว ส่วนกรณีที่มีชาวบ้านในพื้นที่สะแกงาม 14 ร้องเรียนสื่อมวลชนกรณีมีนักเรียนอาชีวะ ยกพวกตีกันบ่อยครั้ง ขณะนี้ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ตำรวจในพื้นที่ ลงพื้นที่เข้าไปตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวแล้ว และให้เฝ้าระวังไม่ให้มีการรวมตัวทะเลาะวิวาทในพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงพื้นที่อื่นๆ อีก.