เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 บรรยากาศงานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 16-27 ตุลาคม รวม 12 วัน 12 คืน ได้เข้าสู่วันที่หกของงานแล้ว นอกจากกิจกรรมสำคัญที่สะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของจังหวัดแล้ว ยังมีองค์ประกอบเล็ก ๆ ที่เชื่อมโยงความศรัทธาของผู้คนเข้ากับสายน้ำโขง นั่นคือการปล่อย “ไข่พญานาค” หรือกระทงสายลงสู่แม่น้ำโขงในยามค่ำคืน โดยกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครพนม เป็นผู้ดำเนินการปล่อย สืบสานความเชื่อและภูมิปัญญาพื้นบ้านที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของชาวนครพนมมาอย่างยาวนาน


ไข่พญานาคไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศของงานประเพณี แต่ยังมีความหมายในมิติของความเชื่อและความศรัทธา โดยตามคติความเชื่อของท้องถิ่น การปล่อยกะลาไฟลงสู่แม่น้ำเปรียบเสมือนการปล่อยความทุกข์ และสิ่งไม่ดีให้ลอยไปกับสายน้ำ พร้อมตั้งจิตอธิษฐานขอให้เกิดความสุข ความร่มเย็น และความเป็นสิริมงคล ตลอดจนสะท้อนถึงความเคารพต่อสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนริมฝั่งโขง


เบื้องหลังแสงไฟที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ คือภูมิปัญญาการนำวัสดุใกล้ตัวมาใช้ประโยชน์ โดยกะลามะพร้าวที่นำมาจัดทำเป็นไข่พญานาคได้รับการบริจาคจากประชาชนในพื้นที่ทั้ง 12 อำเภอของจังหวัดนครพนม ก่อนนำมาประกอบเป็นกะลาไฟโดยอาศัยวัสดุเชื้อเพลิงตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน อาทิ ขี้กบหรือขี้เลื่อยไสไม้ ขี้ไต้หรือขี้กระบอง ขี้ซี และน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นวัสดุที่เกี่ยวข้องกับการจุดไฟและให้แสงสว่างในวิถีชีวิตของคนไทยในอดีต โดยไข่พญานาคแต่ละดวงสามารถให้แสงสว่างได้ประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับขนาดของกะลาและปริมาณเชื้อเพลิง


ทั้งนี้ จังหวัดนครพนมกำหนดพื้นที่จัดงานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2569 ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนครพนม และริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เทศบาลเมืองนครพนม ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งมหกรรมเรือไฟจาก 12 อำเภอ การประกวดเรือไฟประเภทสวยงามและประเภทความคิดสร้างสรรค์ การจัดแสดงเรือไฟโบราณและเรือไฟโชว์ กิจกรรมด้านศาสนาและวัฒนธรรม การแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ตลอดจนการจำหน่ายสินค้า OTOP และสินค้าชุมชน เพื่อสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่.