ก่อนไปเยือน “โคโม” แฟนบอล “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รู้ดีอยู่แล้วว่าเกมนี้ “ไม่ง่าย”
แต่คงมีไม่กี่คนหรอกที่คิดว่า “ปิศาจแดง” จะแพ้เละเทะขนาดนี้
ความพ่ายแพ้ที่ย่อยยับที่สุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในการเล่นยูโรเปี้ยน คัพ หรือยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก คือการแพ้ต่อ สปอร์ติง ของโปรตุเกส 0-5 เมื่อปี 1964
การแพ้ โคโม ถึง 1-4 ครั้งนี้ จึงถือเป็นผลงานที่น่าอับอายที่สุดในเวทียุโรปนัดหนึ่งของพวกเขา
ต่างกันคือ ครั้งนี้ พวกเขาไม่ได้แพ้ต่อทีมใหญ่ของยุโรป แต่แพ้ต่อทีมเล็กๆ ที่มีประชากรทั้งเมืองแค่ 85,000 คน
แฟนผีรู้ไหมครับว่า ตอนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ครั้งล่าสุด เมื่อปี 2008 “โคโม” ยังเล่นอยู่ในเซเรีย ดี หรือลีกระดับต่ำสุดของอิตาลีอยู่เลย
เมื่อ 3 ปีก่อน โคโม ก็ยังเล่นอยู่ในลีกระดับ 2 อย่างเซเรีย บี และเพิ่งเลื่อนขึ้นมาเล่นลีกสูงสุด เมื่อ 2 ปีก่อนนี่เอง
จึงน่าคิดจริงๆ ว่า เกิดอะไรกับ แมนฯ ยูไนเต็ด และวันนี้ เรามาลองหาเหตุผลกันดู

ข้อที่ 1) การจัดตัวผิดพลาดของ ไมเคิล คาร์ริค
เกมนี้ คาร์ริค ไม่มี ลิซานโดร มาร์ติเนซ ที่เจ็บ และเลนนี โยโร ที่ติดโทษแบน ลงประจำการในแดนหลัง
เขาจึงส่ง มาไธส์ เดอ ลิกต์ ที่ไม่ได้เล่นไปนานถึง 11 เดือนกว่า ลงมายืนเซ็นเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ แฮร์รี แม็คไกวร์ โดยไม่ไว้วางใจบรรดาดาวรุ่งที่นั่งสำรองกันหน้าสลอน
ในแดนกลาง เขายังไม่มี ค็อบบี เมนู ที่เดี้ยง และส่ง อังเดรย์ ซานโตส นักเตะใหม่ ลงทำเกมกับ เมสัน เมาท์
ไม่ใช้ คาร์ลอส บาเลบา มิดฟิลด์คนใหม่ ที่หายเจ็บ กลับมาเล่นดี ลงสนาม
พร้อมทั้งขยับ ยูริ เทเลมันส์ ขึ้นไปเป็นเพลย์เมคเกอร์ และดัน บรูโน แฟร์นันด์ส ขึ้นไปเป็นกองหน้า โดยมี ไบรอัน เอ็มเบอโม กับ มาเธอุส คุนญา ถ่างออกไปริมเส้น
กล่าวถึง เอ็มเบอโม กับ คุนญา ต่างเล่นกองหน้าตัวเป้าได้ และเคยเล่นมาแล้ว
ส่วน บรูโน แม้จะเคยเล่นมาบ้าง และ คาร์ริค ก็ไม่ได้ให้เขายืนเป็นกองหน้าเป้า แต่ให้ยืนคล้าย “หน้าตัวหลอก” หรือ “ฟอลต์ไนน์” ก็จริง
แต่เจ้าตัวก็ไม่ถนัดและอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด

ข้อที่ 2) วางแทคติกผิดพลาด
แม้จะจัดตัวขัดใจแฟนผี แต่เทียบชื่อชั้นนักเตะ ยังไงพวกเขาก็เหนือกว่าเจ้าถิ่นเยอะ
ลูกทีมของ เชส ฟาเบรกาส อดีตกองกลางทีมชาติสเปน และอาร์เซนอล ถือว่าโนเนม และแทบจะไม่มีใครรู้จัก
ดังสุดของทีมคือ นิโก ปาซ เพลย์เมคเกอร์ดาวรุ่งทีมชาติอาร์เจนตินา
แต่เมื่อลงไปเล่นจริง เหล่านักเตะโคโม กลับเล่นเหมือนเป็นยอดทีมที่เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์
พวกเขาครอบครองเกมได้หมด สร้างโอกาสยิงได้เรื่อยๆ และอันตรายแทบทุกครั้ง
แดนกลางของผีแดงอย่าง เมาท์ และ ซานโตส ค่าตัวรวมกันเกิน 100 ล้านปอนด์ ต่อกรกับนักเตะที่แฟนบอลหลายคนไม่เคยได้ยินแม้แต่ชื่ออย่าง มักซิโม แปร์โรเน, หลุยส์ มีญา, ลูคัส ดา คุนญา หรือ มาร์ติน บาตูรินา ได้เลย
เทเลมันส์ ก็เห็นชัดๆ ว่าไม่เหมาะกับตำแหน่งเบอร์ 10 ดูสับสน ลนลาน ผิดพลาดไปเสียหมด
3 ตัวบนอย่าง บรูโน, เอ็มเบอโม, คุนญา จากที่เคยเข้าขาลงตัว ก็สะเปะสะปะ คาดหวังอะไรไม่ได้
กรรมจึงไปตกอยู่ที่ผู้รักษาประตูอย่าง เซนเนอร์ ลัมเมนส์ ที่ขนาดเซฟแล้วเซฟอีก ก็ยังโดนไปถึง 4 ลูก

ข้อที่ 3) เสียประตูเร็ว และความผิดพลาดส่วนบุคคล
เกมนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด เสียประตูแรก ในนาทีที่ 2 และเสียประตูที่ 2 ในนาทีที่ 4 ของครึ่งหลัง (นาที 49)
การเสียประตูตั้งแต่เริ่มเขี่ยบอลไม่กี่นาที ทำให้ทุกอย่างที่เตรียมมาพังทลาย แถมยังพังแล้วพังอีกทั้งครึ่งแรกครึ่งหลัง
เมื่อ 8 วันก่อน ที่บุกไปแพ้ แอตเลติโก มาดริด 0-2 แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เสียประตูแรก ในนาทีแรกของเกม
จึงเห็นชัดเจนว่าแข้งผี ไม่มีสมาธิ และไม่มีโฟกัสกับเกมเอาเสียเลย
มันยังถูกซ้ำเติมด้วยความผิดพลาดส่วนบุคคลของ บาเลบา ที่ลงมาแทน ซานโตส ในครึ่งหลัง
เมื่อเขาออกบอลพลาดจนเปิดโอกาสให้ ปาซ เข้าไปทำประตูที่ 3
แต่ถ้าจะให้ยุติธรรม ลูกนี้ ไม่ใช่ความผิดพลาดของ บาเลบา คนเดียว
แต่ต้องโทษเพื่อนร่วมทีม ที่ทั้งออกบอลไปให้เขาเล่นยาก และไม่มีใครมาช่วยซัพพอร์ตให้เขาออกบอลได้ด้วย

ข้อที่ 4) รอยร้าวภายในทีม
“ภาษากาย” ของนักเตะผีแดงในเกมนี้ ไม่ดีเอาเลยเสีย
แต่ละคนดูอึดอัด ไม่ผ่อนคลาย ไม่ช่วยกันเล่น ไม่สนุกกับเกม ไม่วิ่งไล่ล่า (อันนี้ปกติ)
หนักที่สุดคือ มองหน้า โทษกันเอง
พวกเขาไม่สนับสนุนกันและกัน ต่างคนต่างเล่น และมีหลายจังหวะที่แสดงอาการไม่พอใจเพื่อน
ทั้งหมด อยู่ภายใต้การควบคุมของคนเป็นโค้ช ซึ่งปฏิกิริยาแบบนี้ ชัดเจนเลยว่า โค้ชเอาไม่อยู่
ไม่มีใครรู้ว่าเพราะอะไร ปลุกกระตุ้นทีมไม่ได้ ร่างกายไม่ถึง ปลุกใจไม่ดี แทคติกไม่โดน เราแฟนบอลไม่มีทางรู้
ที่เรารู้มีแค่สิ่งที่เห็นคาตาในสนาม ซึ่งมันผิดพลาดมากมาย จนแฟนบอลรับไม่ได้
แถมยังมีบทสัมภาษณ์หลังเกม ที่นักเตะระดับกัปตันทีม และคาร์ริค ผู้เป็นกุนซือ ออกมาตอบโต้กันเอง
นี่คือความเสื่อมเสียครั้งสำคัญที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับทุกทีม เผยให้เห็นรอยร้าวขนาดใหญ่ภายใน
ยิ่งกว่านั้น ยังมีสื่อไปสอดรู้มาด้วยว่า ในห้องแต่งตัว คาร์ริค กับ คุนญา เกือบจะมีเรื่องชกต่อยกันอีกต่างหาก
แมนฯ ยูไนเต็ด จึงกำลังมีปัญหาในทีม และปัญหานี้ จะจบยังไง ไม่มีใครรู้
หลังจบเกม คาร์ริค ออกมายกมือขอโทษแฟนบอลจากผลงานอันย่ำแย่ในนัดนี้
ก่อนหน้านี้ โอเล กุนนาร์ โซลชา ก็เคยทำแบบเดียวกัน หลังแพ้ วัตฟอร์ด 1-4 เมื่อเดือน พ.ย. 2021
หลังจากนั้น ไม่ถึง 24 ชั่วโมง โซลชา โดนไล่ออกครับ

ข้อที่ 5) อย่าลืมให้เครดิต โคโม
การสร้างทีมของ โคโม น่าสนใจมาก และกว่าจะมีทุกอย่างในวันนี้ ล้วนผ่านการคิด และทำงานหนักร่วมกัน
พวกเขาเพิ่งเลื่อนชั้นจากเซเรีย บี ขึ้นมา เซเรีย อา เมื่อฤดูกาล 2024-25 และ ฟาเบรกาส พาทีมจบอันดับ 10 แบบสุดเซอร์ไพร้ส์ เพราะมีแต่คนคิดว่าพวกเขาจะตกชั้น
แต่ฤดูกาลถัดมาคือ 2025-26 โคโม กลับสร้างเซอร์ไพร้ส์ยิ่งกว่า เมื่อจบที่ 4 ได้หน้าตาเฉย และได้มาเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
แถมยังทำผลงานได้ดีต่อเนื่อง เมื่อเล่นไป 3 นัดในรอบลีกเฟส ปรากฏว่า ชนะถึง 2 นัด และแพ้นัดเดียว
เกมใหญ่ที่สุด และชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ โคโม ก็คือเกมที่พวกเขาชนะแมนฯ ยูไนเต็ด นัดนี้นี่แหละครับ
มันหอมหวานสุดๆ เพราะเป็นการชนะแบบ “ขาดลอย” เหนือกว่าทุกอย่าง ทุกมิติ จนเกือบเป็นบอลคนละชั้น
อยากให้จับตามองนักเตะเบอร์ 10 ของ โคโม ชื่อ นิโก ปาซ ให้ดี
นี่คือหนึ่งในตัวเลือกที่จะได้สวมเสื้อหมายเลข 10 คนต่อไปของทีมชาติอาร์เจนตินา
แทนที่ ลิโอเนล เมสซี
วันนี้ ปาซ แจ้งเกิดได้เต็มตัว และแสดงให้โลกเห็นเรียบร้อยแล้วว่า เขาทำอะไรได้บ้าง?



