เมื่อเวลา 12.25 น. วันที่ 22 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (คณะกรรมการ ป.ป.ส.) ครั้งที่ 3/2569 ว่า ในที่ประชุมมีการพูดถึงการป้องกันและปราบปราม สำหรับปีงบประมาณ 2570 ที่จะต้องมีการบูรณาการความร่วมมือของทุกหน่วยงานทุกฝ่าย ทั้งพลเรือน ฝ่ายปกครอง ตำรวจทหาร และในเรื่องของการสนับสนุนจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีเรื่องงบประมาณต่างๆ ที่ได้มีการหารือและนำเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายยาเสพติด (ฉบับที่..) พ.ศ. … ซึ่งในส่วนของกัญชาจะให้มีการเพิ่มโทษ มีการควบคุมซึ่งรายละเอียดของตัวร่างกฎหมายนั้น ทางเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) จะเป็นผู้ให้ข่าว

เมื่อถามว่ามีการใช้บริษัทขนส่งสินค้านำยาเสพติดออกจากประเทศไทยไปต่างประเทศ นายกฯ กล่าวว่า ตนได้กำชับอธิบดีกรมศุลกากร ซึ่งพวกนี้เขาเรียกว่าลักลอบออก ไม่ได้ออกถูกกฎหมาย ก็เหมือนขนสินค้าเถื่อน ฉะนั้นเราต้องเคร่งครัดในการตรวจสอบประเภทสินค้า และต้องมีการข่าวที่ดี รวมถึงจะต้องมีการสุ่มตรวจ หากจะบอกว่าไม่ตรวจทุกตู้ แต่ด้วยประสบการณ์และประสิทธิภาพที่เพิ่มมากขึ้น ถ้าบอกว่าส่งออกไปประเทศแถบยุโรป ไม่ว่าจะส่งไปที่ไหนก็แล้วแต่ ต้นทางก็ยังอยู่ที่ประเทศไทย ถ้ามันไม่ใช่สินค้าที่ถูกกฎหมาย มีทั้งเป็นลำต้น ใบ และช่อดอก มันผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นทางแล้ว 

เมื่อถามต่อว่าจะมีการดึงกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังเหมือนเดิมอยู่ ก็คือส่วนที่เป็น CBD ไม่ผิดกฎหมายสามารถไปทำผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์หรือเครื่องสำอาง ภายใต้ข้อกำหนดและการอนุมัติของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งทุกอย่างยังดำเนินการได้ โดยจะต้องเป็นไปตามการใช้เพื่อสุขภาพ ไม่มีเรื่องของการสันทนาการและนันทนาการ และไม่มีเรื่องของช่อและดอก เพราะยังเป็นยาเสพติด 

“ฉะนั้นเวลาคนไปพูดก็ไปพูดซะหมดว่ากัญชาไม่ได้เป็นยาเสพติด ตัวที่สำคัญคือช่อและดอกยังเป็นยาเสพติดเต็มๆ เลย ซึ่งยังอยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมาย และการบังคับใช้ตามกฎหมายยังถือเป็นประเภทยาเสพติดอยู่ พวกร้านต่างๆ เขาก็จะขายได้เฉพาะผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ไม่มีส่วนประกอบของช่อ และดอก แบบเป็นมวน เป็นบุหรี่แบบนี้ไม่ได้ ฉะนั้นถ้ายังขายอยู่ ร้านพวกนี้หากยังมีใบอนุญาตเราสามารถเพิกถอนได้ทันที ซึ่งผมก็ได้กำชับไปในที่ประชุม โดยกระทรวงสาธารณสุขเป็นเจ้าพนักงานในเรื่องนี้อยู่ ถ้าเจอก็ต้องเพิกถอนใบอนุญาต และเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งใบอนุญาตนั้นถ้าผมจำไม่ผิดต้องต่อทุกปี เมื่อใบอนุญาตครบ เราเข้าไปตรวจสอบ หากพบว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด เราก็ต่อใบอนุญาต ไม่ใช่ต่อโดยอัตโนมัติ ต้องเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบก่อน” นายกฯ กล่าว 

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ในส่วนของร่างกฎหมายยาเสพติดที่พรรคภูมิใจไทยเสนอต่อสภาเมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่ผ่านมา เรามีการเพิ่มบทลงโทษ กำหนดบทลงโทษผู้ถือครองยาเสพติด จะถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าเป็นผู้จำหน่าย แม้กระทั่งมีในครอบครอง 1 เม็ด ซึ่งในที่ประชุมตนถามในที่ประชุมว่าสมัยก่อนมีข้อห่วงกังวล ถ้า 1 เม็ดเป็นจำหน่าย เดี๋ยวคุกไม่พอขัง โรงพยาบาลไม่พอบำบัด ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงยุติธรรม และเลขาฯ ป.ป.ส. ยืนยันในที่ประชุมว่าสามารถบริหารจัดการได้ ฉะนั้นตรงนี้ ผู้ปฏิบัติที่เป็นเจ้าพนักงานเขายืนยันแล้ว ว่าเขาปฏิบัติได้ 

นายกฯ กล่าวอีกว่า ตนไม่ทราบว่าที่ผ่านมาเป็นยังไง แต่ช่วงที่ตนเป็น รมว.สาธารณสุข ไม่หละหลวม แต่ตนออกมา 3 ปีแล้ว และยังถามที่ประชุมวันนี้ว่าทำไมตอนที่ตนเป็น รมว.สาธารณสุข ทุกอย่างดีหมดเลย มีคลินิกกัญชาทางการแพทย์ในทุกโรงพยาบาล แต่พอตนไม่อยู่แล้วบอกว่าจะเอากลับไปท่านมีหลักอะไร 

“ราก ต้น ใบกัญชา CBD ออกมาจากยาเสพติด พอผมไม่อยู่ ก็บอกว่าจะเอากลับเข้าไป ท่านมีหลักอะไร ท่านดำเนินนโยบายตามใจชอบของรัฐมนตรีแบบนี้ไม่ได้ ถ้าต้องเอาหลักการมาเป็นตัวกำหนดนโยบาย อย่าเอาการเมืองเข้ามา แต่ในที่สุดก็เห็นว่าที่ผ่านมา มีความพยายามที่จะให้เป็นเรื่องของการชนะคะคานทางการเมือง แต่สุดท้ายมันก็ไม่ผ่านคณะกรรมการ ป.ป.ส. ก็ยังคงร่างเดิมเอาไว้ เฉพาะช่อ ดอก ไม่ใช่ต้นทั้งต้นจะเป็นยาเสพติด แล้วเรื่องของยาเสพติดประเภทอื่นๆ ก็เช่นกัน” นายกฯ กล่าว.