เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 69 ที่รัฐสภา นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คนที่สอง สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือจากนายหนึ่ง ขัติยะนนท์ สส.นครราชสีมา พรรคประชาชน เพื่อขอให้ตรวจสอบความเหมาะสมของกระบวนการอนุญาตและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน กรณีโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะขนาด 9.9 เมกะวัตต์ ใน ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา หลังประชาชนในพื้นที่ร่วมลงชื่อกว่า 4,500 คน คัดค้านโครงการ เนื่องจากกังวลผลกระทบต่อวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อม
นายหนึ่ง กล่าวว่า อ.ปากช่อง และพื้นที่เขาใหญ่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนใน จ.นครราชสีมา อีกทั้งยังมีความสำคัญด้านทรัพยากรธรรมชาติและเป็นพื้นที่ต้นน้ำลำมูล การก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะในพื้นที่จึงสร้างความกังวลให้แก่ประชาชน โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบข้อสังเกตสำคัญ 5 ประเด็น ได้แก่ 1.การกำหนดพื้นที่ศึกษาไม่ชัดเจน โดยกำหนดพื้นที่ศึกษาครอบคลุมทั้ง ต.หนองสาหร่าย แต่ไม่ได้ระบุโซนหรือขอบเขตพื้นที่อย่างชัดเจน 2.ที่ตั้งโครงการใกล้ชุมชนและแหล่งท่องเที่ยว ประชาชนกังวลถึงผลกระทบต่อชุมชน วัด โรงเรียน และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก รวมถึงระบุว่าพื้นที่โครงการอยู่ห่างจากพื้นที่จัดงานพืชสวนโลกเพียง 2-3 กิโลเมตร
3.ข้อสงสัยเกี่ยวกับการรับฟังความคิดเห็น โดยตั้งข้อสังเกตถึงความแตกต่างของจำนวนผู้เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 เมื่อปี 2561 และครั้งที่ 2 เมื่อปี 2567 4.ความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและมลพิษ โดยเฉพาะสารพิษและสารไดออกซินจากกระบวนการเผาขยะ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออากาศ ดิน และแหล่งน้ำ 5.การคัดค้านจากประชาชนในพื้นที่ โดยมีประชาชนร่วมลงชื่อกว่า 4,500 คน ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เพื่อขอให้พิจารณาไม่อนุญาตโครงการดังกล่าว
ด้านนายพูนศักดิ์ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า กรณีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะใน ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จำเป็นต้องตรวจสอบความเหมาะสมและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน โดยมีประเด็นเกี่ยวข้องกับประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44 ซึ่งกำหนดแนวทางเกี่ยวกับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าและโรงกำจัดขยะบางกรณีที่ได้รับยกเว้นข้อกำหนดด้านผังเมือง ทั้งนี้ ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการและการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง โดย กมธ.การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะใช้กลไกของ กมธ. ตรวจสอบการดำเนินโครงการ ทั้งในด้านความถูกต้องของกระบวนการและข้อบกพร่องที่อาจเกิดขึ้น พร้อมเร่งพิจารณาเรื่องดังกล่าวเป็นกรณีเร่งด่วน เนื่องจากมีประชาชนในพื้นที่กว่า 4,500 คนร่วมคัดค้านโครงการ.



