เมื่อวันที่ 23 ต.ค.69 ที่ริมแม่น้ำโขงบริเวณหน้าวัดพระอินทร์แปลง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขันเรือยาวประเพณีสัมพันธ์ไทย-ลาว ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งมีขึ้นระหว่างวันที่ 23-25 ต.ค.69 โดยนายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศบาลเมืองนครพนม นำคณะผู้บริหาร พร้อมเจ้าหน้าที่ พนักงาน ลูกจ้างเทศบาลฯ ทุกกอง เข้าร่วม

นายนิวัต เปิดเผยว่า งานแข่งขันเรือยาวชิงจ้าวลุ่มน้ำโขง อยู่ในห้วงงานประเพณีไหลเรือไฟจังหวัดนครพนมของทุกปี และมีประวัติสืบทอดกันมายาวนาน สมัยนั้นชาวเมืองนครพนม เปิดการแข่งขันกับแขวงคำม่วน สปป.ลาว เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีคนลุ่มน้ำโขง ที่มีความผูกพันกับสายน้ำที่หล่อเลี้ยงมาแต่โบราณ และร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามนี้ไว้

ต่อมาประเพณีแข่งขันเรือยาวในลุ่มน้ำโขง ได้รับการส่งเสริมเพิ่มศักยภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนมสู่ประตูอินโดจีน โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัล สำหรับเรือยาวประเภท 55 ฝีพาย ซึ่งเป็นเรือพายใหญ่สุดในสนามนี้ และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัล เรือแข่งประเภท 12 ฝีพาย และเรือประเภท 35 ฝีพาย ซึ่งเป็นเรือเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีไทย-ลาว และ 40 ฝีพาย ในประเภททั่วไป

สำหรับการแข่งขันแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1. เรือยาว 12 ฝี มีส่งเข้าชิงชัย 21 ลำ โดยเป็นเรือจากนครพนม, บึงกาฬ และ สปป.ลาว, 2. เรือเชื่อมสัมพันธ์ไมตรี 35 ฝีพาย มีเรือส่งเข้าชิงถ้วยพระราชทาน 18 ลำ โดยทาง สปป.ลาว มีความคาดหวังในประเภทนี้มาก จึงส่งเรือลงสนามถึง 12 ลำ, 3. เรือยาว 40 ฝีพาย 12 ลำ และ 4. เรือ 55 ฝีพาย 12 ลำ รวมทั้งสิ้น 63 ลำ โดยมีเงินรางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศ เรือเล็ก 12 ฝีพาย 20,000 บาท, เรือเชื่อมสัมพันธไมตรี 35 ฝีพาย 40,000 บาท, เรือยาว 40 ฝีพาย 50,000 บาท และ เรือยาวใหญ่ 100,000 บาท

ก่อนเริ่มการแข่งขัน ศึกชิงจ้าวลำน้ำโขง ต้องมีพิธีตีช้างน้ำนอง เป็นพิธีโบราณที่หาชมได้ยาก เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ได้แก่ เทวดา, พญานาค, แม่คงคา ตามคติความเชื่อของคนลุ่มน้ำโขง เพื่อความเป็นสิริมงคล และความปลอดภัยในการประลองความแข็งแกร่งของร่างกายพายแข่งขันชิงจ้าวลำน้ำโขง

โดยเรือที่เข้าร่วมแข่งขันจะโห่ร้องเป็นจังหวะเพื่อเบิกฤกษ์ จากนั้นฝีพายจะใช้ใบพายตวัดขึ้นเหนือน้ำอย่างพร้อมเพรียง ทำให้น้ำกระเซ็นเป็นฝอยขึ้นบนอากาศ ลักษณะคล้ายโขลงช้างกำลังเล่นน้ำคนโบราณจึงนำมาเปรียบเป็นพิธีตีช้างน้ำนอง ในช่วงก่อนการแข่งขันเรือยาวประเพณีออกพรรษา

นอกจากนี้สนามแข่งขันนี้ ถือเป็นสนามที่มีเส้นทางแข่งขันยาวที่สุดในประเทศ คือ 1.2 กม. โดยปกติสนามอื่น ๆ จะมีเส้นทางยาวอยู่ที่ประมาณ 600 ม. เท่านั้น. (พงศ์สุคนธ์ คุณธรรมมงคล ขตว.นครพนม)