เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 26 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนานานาชาติ และมอบรางวัลโครงการที่อยู่อาศัยดีเด่น ที่จัดการโดยชุมชนในเอเชีย เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาส วันที่อยู่อาศัยโลก (World Habitat Day) และยกย่อง 87 โครงการต้นแบบจากนานาประเทศในเอเชีย ที่สะท้อนถึงพลังการบริหารจัดการที่อยู่อาศัยร่วมกันของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีนายนิกร โสมกลาง รมว.พัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ผู้บริหารกระทรวง พม. ผู้แทนภาครัฐ ภาคประชาสังคม นักวิชาการ และผู้นำขบวนองค์กรชุมชน จาก 15 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย เข้าร่วม

นายยศชนัน กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “Collectitve Housing Innovation for Asia’s Future : นวัตกรรมที่อยู่อาศัยโดยชุมชนกับการขับเคลื่อนอนาคตเอเชีย” พร้อมกล่าวแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลทุกคน ว่า งานนี้เกิดขึ้นมาสักระยะหนึ่งแล้ว เป็นเรื่องที่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างยั่งยืน ซึ่งปัญหาเรื่องการมีที่อยู่อาศัย และความร่วมมือกับหลายภาคส่วน ถือเป็นต้นตอของปัญหาความยากจน และวันนี้มีหลายประเทศที่ได้รับรางวัล รวมถึง ประเทศไทย ถือเป็นเกียรติที่สหประชาชาติ (UN) มอบให้เราเป็นผู้นำในเรื่องนี้ พร้อมย้ำว่า รัฐบาลมีความยินดีอย่างยิ่ง เพราะการที่เรามีความร่วมมือกับ UN ครั้งนี้ เป็นการทำให้ชุมชนในพื้นที่ เป็นผู้มีสิทธิ์ได้ออกแบบที่อยู่อาศัย และออกแบบการประกอบอาชีพด้วยตัวเอง ซึ่งสองอย่างนี้ต้องทำไปควบคู่กัน การที่ประชาชนจะประกอบอาชีพ และออกแบบสิ่งต่าง ๆ ได้ มีความจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกัน ซึ่งเราจะทำอย่างไรที่จะสามารถเก็บออมเงินก้อนเล็กมาผสมกับเงินก้อนใหญ่ ซึ่งรัฐบาล และองค์กรต่างๆ ก็ช่วยเหลือ โดยเรื่องการประกอบอาชีพ ที่มีการทำเรื่องบ้านมั่นคง ก็จะทำให้เรามีเงินเก็บที่มั่นคงขึ้น และนำไปสู่เมืองที่มั่นคง ซึ่งเป็นเรื่องดีจะขยายโครงการที่มีความสำเร็จแล้ว

สำหรับโมเดลที่ประชาชนเป็นคนจัดการ นอกจากจะขจัดความยากจนแล้ว นำไปสู่การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความขัดแย้งได้ ซึ่งจะมีการร่วมมือกันทำโมเดลเพิ่มเติม ทำเรื่องนวัตกรรมทางสังคม (Social Innovation) ที่พยายามแตกรายละเอียดย่อย โดยกระทรวง พม. ใช้ข้อมูลตรงนี้ไปแก้ปัญหาเรื่องความเปราะบางด้านอื่น ทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้อย่างมั่นคง
นายนิกร กล่าวว่า จุดเริ่มต้นการแก้ปัญหาความยากจน และความเหลื่อมล้ำในประเทศไทย ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนที่สุด คือ ต้องให้ชุมชนเป็นแกนหลัก ประชาชนเป็นเจ้าของกระบวนการ และร่วมกันบริหารจัดการตนเอง รัฐบาลจึงไม่ได้มองว่า ที่อยู่อาศัยเป็นเพียงการสงเคราะห์สร้างบ้านเรือน แต่เป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ในการคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สร้างความมั่นคงในสิทธิที่ดิน และวางรากฐานการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมฐานราก




