พระราชวชิรรัตนาภรณ์ รองเจ้าอาวาส และเลขานุการวัดอรุณราชวราราม กล่าวถึงความคืบหน้าการนำเสนอพระปรางค์วัดอรุณฯ ขึ้นทะเบียนมรดกโลก ว่า ขณะนี้อยู่ในกระบวนการที่สภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ หรือ อีโคโมส พิจารณาเอกสารการเสนอขึ้นทะเบียน คาดว่าจะใช้เวลาตรวจสอบเอกสารประมาณ 1 ปี ก่อนที่ผู้แทนจากองค์การยูเนสโก จะเดินทางมาตรวจสอบพื้นที่จริง เพื่อพิจารณาคุณค่าและความพร้อมของแหล่งมรดกที่เสนอขึ้นทะเบียน ขณะที่ในส่วนของวัดอยู่ระหว่างจัดระเบียบพื้นที่ แนวกันชน การจัดแผนการอนุรักษ์แนวกำแพงวัด และเร่งสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมระหว่างหน่วยงานและชุมชนโดยรอบพื้นที่ ซึ่งตามแผนดำเนินการตามกรอบเวลาที่กำหนด คือ 5 ปี โดยดำเนินการมาแล้วกว่า 3 ปี จึงตั้งเป้าไว้ภายในปี 2571 จะได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก อย่างไรก็ตาม การขึ้นทะเบียนอาจใช้เวลามากกว่ากรอบที่กำหนดก็ได้
พระราชวชิรรัตนาภรณ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการเสนอพระปรางค์วัดอรุณฯ ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่พระสงฆ์เป็นผู้ริเริ่มแนวคิด และผลักดันโบราณสถานภายในวัดเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก หากสำเร็จจะถือเป็นต้นแบบ เนื่องจากที่ผ่านมาวัดจะมีความกังวลว่าหากมีโบราณสถานได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้วจะบริหารจัดการได้ยาก แต่ข้อเท็จจริงการเป็นมรดกโลกเป็นการทำให้การอนุรักษ์มีกรอบที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้คุณค่าดั้งเดิมของโบราณสถานเสื่อมสลายหรือถูกเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นการผลักดันให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจะช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับวัด และยังแสดงถึงความพยายามรักษามรดกทางสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ของไทยให้คงอยู่ พร้อมสร้างความร่วมมือระหว่างวัด หน่วยงานภาครัฐ ชุมชน โรงเรียน และประชาชน เพื่อให้การอนุรักษ์เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน และจะเป็นต้นแบบให้วัดที่มีโบราณสถานที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากรต่อไปด้วย



