เมื่อวันที่ 27 ต.ค.69 ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต วิเคราะห์สถานการณ์การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ความเคลื่อนไหวของพรรคประชาชน(ปชน.) ในฐานะแกนนำฝ่ายค้านครั้งนี้ กำลังสะท้อนปัญหา การวางยุทธศาสตร์ทางการเมือง ที่อาจย้อนกลับมา สร้างความเสียหาย ให้กับพรรคเอง โดยเฉพาะการกำหนดเงื่อนไข การอภิปรายที่ทำให้ ไม่สามารถเดินหน้าได้ ตามกรอบเวลาที่วางไว้ ในช่วงปลายเดือนต.ค.

สิ่งที่น่าสนใจคือพรรคปชน. ซึ่งมีประสบการณ์ ในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน และอภิปรายไม่ไว้วางใจมาแล้วหลายครั้ง กลับไม่สามารถกำหนดจังหวะทางการเมือง เพื่อกดดันรัฐบาลได้ ตามที่ต้องการ ทั้งที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ควรเป็นเครื่องมือสำคัญ ในการตรวจสอบฝ่ายบริหาร แต่สถานการณ์กลับกลายเป็นว่า ฝ่ายค้านต้องรอความชัดเจน เรื่องวันเวลา ขณะที่รัฐบาลมีโอกาส จัดระเบียบเสียงสนับสนุน ของตัวเองให้เข้มแข็งขึ้น

ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าวว่า ปัญหาสำคัญอยู่ที่การกำหนด เป้าหมายอภิปรายรัฐมนตรีถึง 18 คน ซึ่งล้วนสังกัดพรรคภูมิใจไทย(ภท.)  ทำให้การจัดตารางอภิปราย มีข้อจำกัดจากภารกิจของรัฐมนตรี ที่ถูกระบุชื่อ และต้องอาศัยการประสานงาน ระหว่างวิปทั้ง 3 ฝ่าย แต่การหารือที่ผ่านมา 2 ครั้ง ยังไม่สามารถ หาข้อยุติร่วมกันได้ สะท้อนว่าการประนีประนอมทางการเมือง ยังไม่เกิดขึ้น และไม่มีความแน่นอนว่า การอภิปรายจะเริ่มต้นได้เมื่อใด

สถานการณ์ดังกล่าวจึงกลายเป็นประเด็นที่น่าจับตา เพราะแม้ฝ่ายค้านจะยื่นญัตติ อภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว แต่กลับไม่สามารถผลักดัน ให้เข้าสู่กระบวนการอภิปรายได้ตามกำหนด ซึ่งในมุมของการต่อสู้ทางการเมือง ถือเป็นความเสียเปรียบด้านการกำหนดจังหวะ และการควบคุมสถานการณ์

ผศ.ดร.วันวิชิต วิเคราะห์ว่า ความเคลื่อนไหวของพรรคปชน. ยังส่งผลต่อสมการเสียงในสภา โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างพรรคภท.กับพรรคกล้าธรรม(กธ.)  ซึ่งมีแนวโน้มประสาน ความร่วมมือกันมากขึ้น ทำให้รัฐบาลมีทางเลือก ในการรักษาเสถียรภาพ ทางการเมืองเพิ่มขึ้น ในทางกลับกันพรรคปชน. ยังต้องเผชิญข้อจำกัด เรื่องการจัดสรรเวลาอภิปรายให้พรรคกธ.  หากมีการเข้ามามีบทบาท ในกระบวนการดังกล่าว เท่ากับว่าการวางเกมของฝ่ายค้าน อาจเปิดพื้นที่ให้กลุ่มการเมืองอื่น เข้ามามีอำนาจต่อรองมากขึ้น โดยไม่ได้ทำให้แรงกดดันต่อรัฐบาล เพิ่มขึ้นตามที่คาดหวัง

นอกจากนี้ การขยับตัวของพรรคกธ.ยังอาจส่งผลต่อพรรคเพื่อไทย(พท.)  เพราะหากเกิดความไม่แน่นอน ในการลงมติของ สส.พรรคพท. รัฐบาลก็อาจมีทางเลือก ในการประสานเสียงสนับสนุน จากพรรคกธ.มากขึ้น กลายเป็นแรงกดดันให้พรรคพท. ต้องแสดงจุดยืนทางการเมืองอย่างชัดเจน