ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายขจร ศรีชวโนทัย ผวจ.สมุทรสงคราม พร้อมด้วย นายศิริศักดิ์ ศิริมังคะลา นายกรกฎ วงษ์สุวรรณ รอง ผวจ.สมุทรสงคราม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมขับเคลื่อนน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัวสร้างความมั่นคงทางอาหาร และกิจกรรม “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” ที่บริเวณภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดฯ เพื่อขยายผลกิจกรรม “ทุกครัวเรือน คือคลังอาหาร ทุกหมู่บ้าน คือศูนย์แบ่งปัน”สร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชน

โดยนายขจร ได้ปลูกถั่วฝักยาวสีม่วงสิรินธร เบอร์ 1 ที่ได้รับจากศูนย์การเรียนรู้โก่งธนู จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์พระราชทาน และปลูกทุเรียนสามน้ำพันธุ์หมอนทองที่มีรสชาติอร่อยเป็นอัตลักษณ์ เนื้อละเอียด หวานมัน ไม่มีเส้นใย เนื่องจาก จ.สมุทรสงคราม เป็นเมืองสามน้ำปลูกผลไม้ใดก็จะมีรสชาติดีเพราะได้ส่วนผสมรสชาติจากน้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำกร่อยที่ซึมลงไปในดินเป็นธาตุอาหารชั้นดีแก่พืช

นอกจากนี้ผู้นำการเปลี่ยนแปลง ต.วัดประดู่ และ ต.ท้ายหาด ยังสาธิตการทำปุ๋ยเบญจคุณซึ่งเป็นส่วนผสมของดินที่มีประโยชน์ต่อพืชผล ส่วนไฮไลท์สำคัญคือการสาธิตถังขยะกินได้ซึ่งเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการรีไซเคิลนำขยะเปียกมาทำปุ๋ยแล้วปลูกผักในเข่งซึ่งเคลื่อนย้ายได้ หากนำมาไว้ใกล้ครัวนอกจากจะทิ้งเศษอาหารให้เป็นที่อย่างเรียบร้อยแล้วยังไม่เหลือขยะเป็นมลภาวะสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเก็บพืชผักสวนครัวกินได้เป็นการประหยัดรายจ่ายอีกด้วย

นายขจร กล่าวว่า จังหวัดฯและสำนักงานพัฒนาชุมชน จ.สมุทรสงคราม ได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มารณรงค์ให้ทุกครัวเรือนใช้ที่ว่างเปล่าปลูกผักสวนครัวเน้นการพึ่งตนเองบรรเทาความเดือดร้อนและลดค่าใช้จ่ายจากวิกฤติโรคติดเชื้อโควิด-19 รวมทั้งยังเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับครัวเรือนและชุมชนให้มีความยั่งยืน โดยในส่วนจวนผู้ว่าฯ ตนได้น้อมนำหลักดังกล่าวมาใช้ในการดำรงชีวิตและเป็นต้นแบบ “ผู้นำต้องทำก่อน” มาอย่างต่อเนื่อง