สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ว่านายฉิน กัง เอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตัน ให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุท้องถิ่นแห่งหนึ่ง เมื่อวันศุกร์ ว่าประเด็นเกี่ยวกับไต้หวัน “คือเชื้อไฟขนาดใหญ่ที่สุด” ระหว่างสหรัฐกับจีน หากรัฐบาลไต้หวันซึ่งรัฐบาลวอชิงตันคอยให้ท้าย ยังคงเดินหน้าบนเส้นทางของการพยายามประกาศเอกราชต่อไป มีความเป็นไปได้สูงมาก ที่สถานการณ์จะบานปลายกลายเป็น “ความขัดแย้งทางทหาร” ระหว่างสหรัฐกับจีน
บทสัมภาษณ์ดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ หลังนายหวัง อี้ รมว.การต่างประเทศจีน สนทนาทางโทรศัพท์กับนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยหวังกล่าวกับบลิงเคนว่า “ทั้งวาจาและการกระทำ” ของรัฐบาลวอชิงตัน “ยังคงเต็มไปด้วยความผิดพลาด” สร้างแรงกระเพื่อมอย่างต่อเนื่องให้กับการรักษาความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี
เมื่อไม่นานมานี้ โกลบอล ไทม์ส หนึ่งในสื่อกระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน รายงานอย่างตรงไปตรงมาว่า สหรัฐ “ไม่มีวันต่อสู้โดยตรงถึงขั้นเสียเลือดเนื้อ” กับแผ่นดินใหญ่ เพื่อแลกกับการเป็นเอกราชของไต้หวัน แต่ในทางกลับกัน ทหารจีนพร้อม “สละชีพเพื่อชาติ” ในการต่อต้านกลุ่มคนใดก็ตาม ที่ท้าทายและขัดขวางเส้นทางการรวมชาติ
Support of Taiwan independence could spark U.S. military conflict with China -Chinese ambassador https://t.co/aCWcGfANo0 pic.twitter.com/0qzIWcpIEP
— Reuters (@Reuters) January 29, 2022
ขณะเดียวกัน ไต้หวันไม่ควรคาดหวังได้รับความช่วยเหลือและการคุ้มครองทางทหารจากอเมริกา ในกรณีที่สงครามข้ามช่องแคบเกิดขึ้น เนื่องจากสหรัฐ “ไม่สามารถปกป้องไต้หวันได้” และการเชื่อว่าสหรัฐยืนหยัดเคียงข้างไต้หวัน “เป็นเพียงภาพลวงตา” เท่านั้น
นอกเหนือจากนั้น สำหรับประเด็นสำคัญที่สุดสำหรับจีน ณ เวลานี้ คือการที่สหรัฐ “ต้องยุติการแทรกแซง” มหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ซึ่งกำลังจะเปิดฉากต้นเดือนหน้า ที่กรุงปักกิ่ง และมณฑลเหอเป่ย์ “การหยุดสุมไฟ” เรื่องไต้หวัน และ “การหยุดรวบรวมสมัครพรรคพวกโดยใช้แนวคิดต่อต้านจีน”
We urge the #US to abide by the one-China principle and the stipulations of the three joint communiques, treat #China's position and concerns seriously, stop any form of official contacts with #Taiwan and stop sending wrong signals to "Taiwan independence" forces. pic.twitter.com/H4G015NiQ4
— Spokesperson发言人办公室 (@MFA_China) January 28, 2022
อนึ่ง สหรัฐ แคนาดา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และอีกบางประเทศในยุโรป ตลอดจนญี่ปุ่น ประกาศ “บอยคอตทางการทูต” ต่อการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ยืนยันจะเข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันด้วยตัวเอง.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



