นายกฤตเมธ โกดี อายุ 20 ปี เกษตรกรรุ่นใหม่ หมู่ 1 ต.ทัพทัน อ.ทัพทัน จ.ชัยนาท เปิดเผยว่า  ในอดีตได้ปลูกข้าว บนเนื้อที่ 41 ไร่ โดยอาศัยน้ำฝน เพราะอยู่นอกเขตชลประทานแต่เมื่อประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงเป็นประจำทำให้นาข้าวได้รับความเสียหาย และบางปีเขื่อนทับเสลา ไม่มีน้ำเพียงพอที่จะผันมาให้ ทำให้ไม่สามารถทำนาได้ ประกอบกับดิน มีลักษณะแข็งเป็นดินดาน ขาดความอุดมสมบูรณ์ ต่อมาจึงได้ปรับเปลี่ยนมาทำการเกษตรแบบผสมผสาน  โดยเริ่มต้นด้วยการขุดสระเก็บกักน้ำ มีทั้งสระขนาดใหญ่และขนาดเล็ก  รวม4 แห่ง กระจายในพื้นที่การเกษตร เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ พร้อมกับปรับปรุงบำรุงด้วยให้ดีขึ้น ด้วยการใส่อินทรียวัตถุ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก  โดยปรับปรุงดินติดต่อกันมานาน 10 ปี ทำให้โครงสร้างของดินดีขึ้น มีความอุดมสมบูรณ์  ปลูกพืชมีความเจริญเติบโค อย่างเห็นได้ชัด แตกต่างกับเมื่อหลายสิบปีก่อนมาก

สำหรับการทำเกษตรแบบผสมผสาน ประกอบด้วย  ด้านพืช ด้านสัตว์และประมง ทำให้มีรายได้ตลอดทั้งปี ได้แก่       1.กิจกรรมด้านพืช ประกอบด้วย การทำนาข้าว บนเนื้อที่ 10 ไร่ โดยปลุกข้าวพันธุ์ กข 43 ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวสำหรับคนรักสุขภาพ เนื่องจากมีปริมาณน้ำตาลน้อย   โดยผลิตเพื่อไว้บริโภคในครัวเรือน เหลือขายโดยแปรรูปบรรจุถุงจำหน่ายนอกจากนี้ยังปลูกพืชผักอีก 100 กว่าชนิด เช่น ผักสลัด 6 ชนิด มะเขือเทศ 47 สายพันธุ์  ถั่วฝักยาว บวบ ผักชี คลื่นช่าย  ไม้ดอกเมืองหนาว ไม้ดอกไม้ประดับ โดยจะผลิตเป็นต้นกล้าพันธุ์ ขายทางออนไลน์ รวมทั้งผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์จำหน่าย  นอกจากนี้ยังปลูกบัวฉัตรในล่องน้ำ  ตัดดอกขาย  มีพ่อค้ามารับซื้อถึงบ้าน ตัดวันเว้นวัน  รายได้ดี และยังปลูกไม้ผลไม้ยืนต้น อีกด้วย

2. กิจกรมด้านสัตว์ เลี้ยงกระบือ ไว้จำนวน 21 ตัว เริ่มต้นจากแม่พันธุ์เพียง 4-5 ตัวเท่านั้นและยังมีซื้อเพิ่มมาเลี้ยงอีก เพื่อทำการปรับปรุงสายพันธุ์ด้วยตนเอง ทำให้กระบือมีโครงสร้างดี  มีการปลูกหญ้า แพงโกล่า จำนวน 7 ไร่ เพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์ให้มีเพียงพอตลอดทั้งปี ทำให้สัตว์โตเร็ว ส่วนมูลกระบือ เรายังตากแห้งจำหน่ายได้อีก  รวมทั้งเลี้ยงไก่ต๊อก แฟนซี ซึ่ง เป็นไก่ประเภทสวยงาม น่าจะเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ กำลังทดลองเลี้ยงเป็นปีแรก จำนวน 12 แม่ด้วยกัน คาดว่าจะเริ่มขายได้ในปีหน้า    3.กิจกรรมด้านประมง  เลี้ยงกบจาน โดยเลี้ยงในกระชัง จำนวน 4 กระชัง ผลิตเป็นกบเนื้อขาย ใช้ระยะเวลาเลี้ยงเพียง 75 วันก็สามารถจับขายได้ มีพ่อค้ามารับซื้อถึงบ้าน คราวละ 100-200 กก.ขายได้ในราคา กก.ละ 70 บาท รวมทั้งยังเพาะลูกกบจำหน่าย อีกทางหนึ่งด้วย

รวมทั้งยังเลี้ยง ปลาบึก ปลานิล ปลาแรด ปลาตะเพียน ปลายี่สด ปลาจีน ขายมีมีผู้สนใจมาซื้อเป็นจำนวนมาก ทำให้มีรายได้จากการจำหน่ายพันธุ์ปลา เป็นรายได้หลัก  ทำให้มีรายได้ทั้งรายวัน รายเดือนและรายปี   มีลูกค้ามาอุดหนุนไม่ขาดระยะ   หากรวมรายได้ทั้ง 3 กิจกรรมแล้ว จะมีรายได้ 300,000-500,000 บาท ต่อปี ยอมรับว่า เป็นรายได้ที่ดีมาก มีรายได้ตลอดทั้งปี