สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ว่าสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เผยแพร่แถลงการณ์ของนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น มีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมา นับตั้งแต่เกิดการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ปีที่แล้ว ซึ่งตามด้วยการประท้วงของประชาชน และหน่วยงานด้านความมั่นคง “ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด” เพื่อกวาดล้าง ว่าเขาขอเรียกร้องให้รัฐบาลของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย อนุญาตอย่างเป็นทางการ ให้เจ้าหน้าที่ของยูเอ็นและหน่วยงานพันธมิตรทุกแห่ง สามารถลงพื้นที่ในเมียนมา เพื่อมอบความช่วยเหลือให้แก่ประชาชน
One year since Myanmar’s military overturned a democratically elected civilian Government, human rights & humanitarian crises continue to deepen.
— António Guterres (@antonioguterres) January 31, 2022
The @UN will continue to mobilize immediate action to address the desperate needs of the people of Myanmar. https://t.co/RmIT449Ihn
ทั้งนี้ กองทัพและกองกำลังทั้งหมดที่กำลังสู้รบกัน ต้องเคารพหลักการพื้นฐานด้านเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน แล้วสร้างผลลัพธ์เชิงบวกและเป็นรูปธรรมร่วมกัน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาวเมียนมาเป็นสำคัญที่สุด
Myanmar continues to face a humanitarian crisis with more than 500K people displaced from their homes.
— United Nations (@UN) December 15, 2021
As #COVID19 and armed conflict disrupt daily life, @Refugees is working to provide life-saving aid to those in need. https://t.co/txP18fxPw1 pic.twitter.com/z2xJHmKkGq
ขณะที่นางโนลีน เฮย์เซอร์ ผู้แทนพิเศษด้านกิจการเมียนมาของกูเตร์เรส กำลังพยายามประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อการแสวงหาหนทางออกจากวิกฤติการณ์ครั้งนี้ด้วยสันติวิธี ซึ่งเฮย์เซอร์จะเน้นการประสานงานกับสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งถือเป็นผู้นำของการแก้ไขสถานการณ์ในเมียนมา
อย่างไรก็ตาม เหนือสิ่งอื่นใด ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องรับฟังและวิเคราะห์ “เสียงทุกเสียงของประชาชน” ด้านรัฐบาลทหารเมียนมาของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ยังไม่มีปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการ.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



