สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ว่านายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน แถลงต่อที่ประชุมสภาสามัญ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ขออภัยต่อที่ประชุม และให้คำมั่น “ปฏิรูป” ทั้งภายในคณะรัฐมนตรีและพรรคอนุรักษนิยม หลังคณะทำงานของสำนักงานปลัดนายกรัฐมนตรีเปิดเผยรายงาน ว่าการจัดงานเลี้ยงหลายครั้งภายในบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง ซึ่งเป็นทำเนียบและบ้านพักของนายกรัฐมนตรี ในช่วงที่ทั้งประเทศอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์นั้น “คือความล้มเหลวด้านภาวะผู้นำครั้งใหญ่” ที่ศูนย์กลางของรัฐบาล


ทั้งนี้ นางซู เกรย์ ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะผู้ตรวจสอบ และจัดทำรายงานชิ้นนี้ กล่าวในรายงาน ว่าพฤติการณ์ดังกล่าว “ยากที่จะหาความชอบธรรม” เนื่องจาก “การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ทำงาน ไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง ไม่ว่าอยู่ในเวลาใดก็ตาม” ขณะที่งานเลี้ยงบางกรณี “ไม่สมควรเกิดขึ้น” และงานเลี้ยงอีกหลายกรณี “ไม่ควรเลยเถิดไปถึงขั้นนั้น” อนึ่ง เกรย์จะนำเสนอรายงานฉบับปรับปรุงอีกครั้ง เมื่อการสอบสวนคู่ขนานของสำนักงานตำรวจกรุงลอนดอนเสร็จสิ้น


ขณะที่ เซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ ผู้นำฝ่ายค้านจากพรรคแรงงาน กล่าวว่า ตัวของจอห์นสันเอง ซึ่งอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กำลังถูกสอบสวน “เกี่ยวกับอาชญากรรม” และตำหนิผู้นำสหราชอาณาจักร “โทษทุกคน ยกเว้นตัวเอง”


ในช่วงหนึ่งของการอภิปราย เซอร์ลินด์เซย์ ฮอยล์ ประธานสภาสามัญ เชิญนายเอียน แบล็กฟอร์ด แกนนำพรรคชาตินิยมสกอต (เอสเอ็นพี) ออกจากห้องประชุม หลังกล่าวว่า จอห์นสัน “กล่าวเท็จ” ต่อที่ประชุม ซึ่งเซอร์ฮอยล์พิจารณาว่า “เป็นการกล่าวหา” และยังคงไม่มีการสอบสวนในประเด็นนี้ ซึ่งหากยืนยันตามนั้น จะถือว่าผิดต่อข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมของสมาชิกสภาสามัญ และจอห์นสันต้องลาออกจากตำแหน่งทางการเมือง


ด้านผลสำรวจความคิดเห็นโดย “โอพิเนียม” จากกลุ่มตัวอย่างมากกว่า 1,000 คน ระบุว่า 62% ต้องการให้จอห์นสันลาออก และ 83% มองว่าจอห์นสันละเมิดมาตรการควบคุมโควิด-19 แต่ยังไม่มีความเห็นชัดเจน ว่าสมควรลาออกจากตำแหน่งหรือไม่.

เครดิตภาพ : REUTERS