จากรายงานของเมตาอิงค์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ยอดของผู้ใช้งานรายวันจากทั่วโลกของเฟซบุ๊กลดลงจากไตรมาสก่อน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้น โดยเหลือจำนวนผู้ใช้งานเพียง 1,929 ล้านคน จากเดิม 1,930 ล้านคน

เมตาอิงค์อ้างเหตุผลว่าบริษัทประสบผลกระทบอย่างมากจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัทแอปเปิลในระบบปฏิบัติการ ซึ่งทำให้แบรนด์สินค้าต่างๆ กำหนดเป้าหมายและวัดผลโฆษณาบนเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมได้ยากขึ้น นอกจากนี้ยังอ้างถึงปัญหาเศรษฐกิจระดับมหภาค เช่น การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน

ไม่เเพียงเท่านั้น ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีที่ยืนยงมานาน 18 ปีรายนี้ ยังต้องเผชิญกับแรงกดดันจากแพลตฟอร์มคู่แข่งอย่างติ๊กต็อกและยูทูบ บริษัทคาดว่าการเติบโตของรายรับจะชะลอตัวลงในไตรมาสที่จะมาถึง เนื่องจากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นเพื่อชิงเวลาใช้งานของของผู้ใช้และการเปลี่ยนแปลงจำนวนใช้งานของฟีเจอร์ต่างๆ เช่น ฟีเจอร์ Reels ซึ่งสร้างรายได้ได้น้อยลง

รายงานของเฟซบุ๊กระบุว่ามีผู้ใช้งานที่ยังแอคทีฟต่อเดือน 2,910 ล้านคนในไตรมาสที่สี่ ซึ่งถือว่าไม่มีการเติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

มูลค่าหุ้นของเมตาอิงค์หลังตลาดปิดหายไป 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.6 ล้านล้านบาท) หรือราว 20% ส่วนมูลค่าหุ้นของทวิตเตอร์, สแนปและพินเทอเรสหายไป 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 495,000 ล้านบาท) ในขณะที่หุ้นของอัลฟาเบท อิงค์ ซึ่งเพิ่งมียอดขายรายไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันอังคาร ร่วงลงไปเกือบ 2%

เมตาอิงค์ซึ่งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มโฆษณาดิจิทัลที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากกูเกิล ได้เตือนไว้ก่อนหน้านี้ว่าธุรกิจโฆษณาของตนต้องเผชิญกับ “ความไม่แน่นอน” ในไตรมาสที่สี่

เดฟ เวเนอร์ หัวหน้าฝ่ายการเงินของบริษัทเมตา บอกนักวิเคราะห์ในการประชุมทางโทรศัพท์ว่าผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการรักษาความเป็นส่วนตัวของแอปเปิลอาจคิดเป็นมูลค่าราว 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 330,000 ล้านบาท) ในปี 2022

การเปลี่ยนแปลงนโยบายการรักษาความเป็นส่วนตัวของแอปเปิลทำให้ผู้ใช้มีทางเลือกในการป้องกันไม่ให้แอพติดตามกิจกรรมออนไลน์ของตนเพื่อนำไปตั้งเป้าหมายสำหรับโฆษณา จึงกลายเป็นปัญหาสำหรับผู้โฆษณาที่พึ่งพาข้อมูลเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และรู้จักตลาดของตน

บริษัทกล่าวเมื่อวันพุธว่า ปีนี้จะเปลี่ยนสัญลักษณ์หุ้นเป็น ‘META’ ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการรีแบรนด์เพื่อมุ่งเน้นไปที่แพลตฟอร์มเมตาเวิร์ส และกำลังเดิมพันว่าแพลตฟอร์มดังกล่าวจะเป็นผู้สืบทอดการใช้อินเทอร์เน็ตและแพลตฟอร์มบนมือถือ

ฟลินน์ ไซเกอร์ ซีอีโอของออนไลน์ ออพติมิสม์ บริษัทที่ปรึกษาทางการตลาดกล่าวว่า นักลงทุนเริ่มตระหนักว่าการซื้อหุ้นของเมตาอิงค์ จะไม่ใช่การลงทุนด้านงานโฆษณาของแพลตฟอร์มอีกต่อไป แต่เป็นความเชื่อมั่นในการลงทุนเพื่อแพลตฟอร์มเมตาเวิร์สซึ่งจะเข้ามาแทนที่แพลตฟอร์มสำหรับผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน

เครดิตภาพ : Reuters