สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ว่านายจาง จุน เอกอัครราชทูตจีนประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวเมื่อวันศุกร์ เกี่ยวกับสถานการณ์ด้านความมั่นคงบนคาบสมุทรเกาหลี ว่าหากสหรัฐต้องการ “ความเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง” รัฐบาลวอชิงตันต้อง “มีความยืดหยุ่นและความจริงใจมากกว่านี้” ด้วยการเสนอนโยบาย และแผนปฏิบัติการที่ดำเนินการได้จริง และคำนึงถึง “ความวิตกกังวล” ของเกาหลีเหนือด้วย


ขณะเดียวกัน เอกอัครราชทูตจีนกล่าวเปรียบเทียบว่า ตลอด 4 ปีก่อนหน้านั้น ในสมัยที่สหรัฐอยู่ภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รัฐบาลเปียงยางแทบไม่ทดสอบขีปนาวุธนำวิถี แต่เมื่อมีการเปลี่ยนผ่านอำนาจของรัฐบาลวอชิงตัน เป็นประธานาธิบดีโจ ไบเดน สิ่งที่รัฐบาลปักกิ่งเห็น คือ “วงเวียนของการประณามและการคว่ำบาตร”

นายจาง จุน เอกอัครราชทูตจีนประจำสหประชาชาติ


ทั้งนี้ สหรัฐเสนอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) จัดการประชุมวาระฉุกเฉิน หลังเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลาง (ไออาร์บีเอ็ม) ในชื่อ “ฮวาซอง-12” เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการทดสอบขีปนาวุธ 1 ใน 7 ครั้ง ที่รัฐบาลเปียงยางทดสอบเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา และเป็นการทดสอบขีปนาวุธมากที่สุดภายในเดือนเดียว นับตั้งแต่นายคิม จอง-อึน ขึ้นสู่อำนาจผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เมื่อเดือน ธ.ค. 2554


อย่างไรก็ตาม จีน รัสเซีย และอีก 5 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย เคนยา กาบอง กานา และเม็กซิโก ปฏิเสธร่วมลงนามในเอกสารของสหรัฐและพันธมิตร ขณะที่เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ที่ผ่านมา จีนและรัสเซียร่วมกันระงับความพยายามของสหรัฐ ในการให้ยูเอ็นเอสซีออกแถลงการณ์ประณามเกาหลีเหนือ


ด้านรัฐบาลเปียงยางยังไม่มีท่าทีมากนัก ต่อการเคลื่อนไหวของทางการทูตของมหาอำนาจ แต่ส่งสารถึงประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน แสดงความยินดีกับการจัดโอลิมปิกฤดูหนาว “ปักกิ่งเกมส์” ในเดือนนี้ ซึ่งหลายฝ่ายตีความว่า เป็นการส่งสัญญาณว่า เกาหลีเหนือจะระงับการยิงขีปนาวุธตลอดช่วงเวลานี้.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES