เมื่อวันที่ 5 ก.พ. นายไชยวุฒิ อารีย์ชน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรไยค ได้รับรายงานว่า จะมีบุคคลลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ป่าในเขตอุทยานฯ ไทรโยค รอยต่อเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำละว้า-ถ้ำดาวดึงส์ จึงสั่งการให้ นายกิตติ แสงหล่อ หน.ชุดสายตรวจอุทยานแห่งชาติไทรโยค นำกำลังเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่เดินทางไปยังพื้นที่ที่ได้รับรายงาน บริเวณป่าบ้านน้ำวน ปากลำบ้องตี้ หมู่ 5 ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค ซึ่งเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำละว้า-ถ้ำดาวดึงส์ ที่ไม่ใช่พื้นที่รับผิดชอบของอุทยานฯ ไทรโยค เจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นในราวป่า จึงกระจายกำลังซุ่มตามเส้นทาง พบรถยนต์ฟอร์ด เรนเจอร์ สี่ประตู สีขาว หมายเลขทะเบียน กท 8793 กาญจนบุรี ขับออกมาจากราวป่า โดยมี นายวรวุฒิ อายุ 29 ปี ชาว ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ขับออกมาจากป่า จึงส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ

ภายในรถพบอาวุธปืนยาวลูกกรด ยี่ห้อ CZ ขนาด .22 ติดกล้องยี่ห้อ Bushnell 1 กระบอก ซากไก่ป่า 2 ตัว กระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 26 นัด ปลอกกระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 1 ปลอก หลอดเป่าเสียงไก่ป่า 1 หลอด ไฟฉายคาดหัว 4 อัน มีดพก 1 เล่ม กระเป๋าเป้สะพายหลัง 1 ใบ
เบื้องต้นทราบว่า นายวรวุฒิ เป็นลูกชายเจ้าของสวนยางรายใหญ่ในพื้นที่บ้านน้ำวน มีฐานะร่ำรวยขั้นเศรษฐี แต่มักชอบล่าสัตว์ป่า ก่อนเกิดเหตุได้จอดรถไว้ใกล้แนวป่าแล้วลอบเดินเข้าไปในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำละว้า-ถ้ำดาวดึงส์ จากนั้นใช้อาวุธปืนยาวลูกกรดติดกล้องยิงไก่ป่าที่กำลังเกาะคอนพักบนต้นไม้ 2 ตัว โดยอ้างว่ายิงไก่ป่าเพื่อไปทำอาหาร เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้กระทำผิดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นายนิพนธ์ กล่าวว่า ถึงแม้สัตว์ป่าคุ้มครองที่ยึดได้เป็นแค่ซากไก่ป่า แต่ทุกชีวิตของสัตว์ป่าก็มีความสำคัญต่อระบบนิเวศในระบบธรรมชาติที่ต่างเกื้อกูลกัน และโทษของการล่าไก่ป่าสัตว์ป่าคุ้มครองก็ไม่แตกต่างกับการล่าเสือโคร่ง ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองเช่นเดียวกัน มีโทษหนักเท่ากัน ตามมาตรา 12 พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2562 ระวังโทษจำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี ปรับตั้งแต่ 300,000 บาท ถึง 1,500,000 บาท



