เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ รอง ผบช.ภ.8 ได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าและร่วมสอบปากคำสองผู้ต้องหาคดีค้าประเวณีเด็ก หลังจากถูกจับกุมได้ขณะกบดานที่ จ.นครสวรรค์ โดยผู้ต้องหาให้รับสารภาพอ้างว่า เป็นตัวกลางธุระจัดหาหญิงสาวให้กับลูกค้าในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีมานานกว่า 3 ปี แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเด็กผู้เสียหายที่อายุต่ำกว่า 15 ปี และมีเด็กในสังกัดส่วนใหญ่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป โดยทั้งหมดเป็นเด็กใจแตกไม่เรียนหนังสือ มาขอให้ตนเป็นคนกลางหาลูกค้าให้ ตกลงค่าบริการรายละ 1,500 บาทและตนจะได้รับค่านายหน้าครั้งล่ะ 500 บาท

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ในการสอบสวนปากคำผู้ต้องหาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และการสอบสวนโดยสหวิชาชีพ ทำให้สามารถขยายผลถึงผู้ซื้อบริการ ซึ่งพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี อย่างน้อย 6 ราย ใน 2-3 วันนี้ ในข้อหา กระทำชำเราเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี แม้ว่าเด็กจะยินหรือไม่ก็ตาม ซึ่งมีความผิด โทษจำคุกสูงสุดถึง 20 ปี และอยากเตือนไปยังผู้ที่มีรสนิยมทางเพศเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน ว่าขณะนี้จะมีความผิดและโทษหนักแม้กระทั่งมีคลิปเกี่ยวกับเด็กไว้ครอบครองแม้ไม่ได้ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ก็มีโทษจำคุกถึง 5 ปี
สำหรับคดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 พ.ย 64 หลังจาก สภ.ขุนทะเล อ.เมืองสุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุเด็กทะเลาะวิวาท เมื่อไปถึงพบผู้เสียหายเป็นเด็กผู้หญิงอายุ 13 ปี จากการเข้าระงับเหตุพบว่าสาเหตุมีพฤติกรรมการค้าประเวณี จึงได้ประสานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าให้การช่วยเหลือและเข้าสู่กระบวนการสอบสวนขยายผล จนกระทั่งวันที่ 15 พ.ย.64 สามารถช่วยเหลือเด็กคนที่ 2 อายุ 14 ปี โดยสหวิชาชีพร่วมคัดแยกผู้เสียหาย และรับเป็นคดีค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณีเด็ก จนสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาซึ่งเป็นผู้ธุระจัดหาได้ 2 ราย เป็นผู้หญิง อายุ 19 และ 20 ปี และสามารถช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นเด็กผู้หญิงอีก 3 ราย อายุ 14 , 15 และ 16 ปี และนำไปสู่การออกหมายจับ ผู้ต้องอีก 2 ราย คือ นางสาวน้ำอายุ 32 ปี และนางสาวฝนอายุ 24 ปี ที่หลังเกิดเหตุได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ ไปซ่อนตัวอยู่ที่ จ.นครสวรรค์บ้านเกิด ก่อนจะถูกตำรวจกองปราม ตามรวมตัวได้ดังกล่าว.



