“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” เปิดผลสำรวจดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนลดต่ำลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 อยู่ที่ 30.9 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยครัวเรือนมีความกังวลเพิ่มขึ้นเกือบทุกด้านโดยเฉพาะราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และพลังงาน ซึ่งในหมวดนี้ดัชนีได้ปรับลดลงหรือกังวลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนค่อนข้างมาก สอดคล้องกับเงินเฟ้อเดือน ม.ค.ที่สูงสุดในรอบ 8 เดือนที่ 3.23% มาจากราคาพลังงานปรับสูงขึ้นและราคาอาหารสดเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ภาครัฐควรมีมาตรการมาตรการบรรเทาค่าครองชีพอย่างตรงจุด เช่น ตั้งแต่ช่วงต้นปี 65 มีการปรับขึ้นราคาค่าไฟฟ้าขึ้น (ค่าเอฟที) ในช่วงแรกที่ปรับเพิ่มขึ้นแต่รายได้ครัวเรือนยังไม่กลับมา อาจต้องมีมาตรการเยียวยาออกมาควบคู่ด้วย ตัวอย่างในสหราชอาณาจักรที่กำลังจะมีการปรับขึ้นค่าไฟครั้งใหญ่ พร้อมเตรียมมาตรการเพื่อเยียวยาผลกระทบ นอกจากการตรึงราคาสินค้าที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันของครัวเรือนจึงมีความจำเป็นอย่างมากในช่วงที่รายได้และการจ้างงานอยู่ในช่วงกำลังฟื้นตัว
“สถานการณ์ราคาสินค้าที่ปรับสูงขึ้น จึงเหมือนเข้ามาซ้ำเติมกำลังซื้อของภาคครัวเรือนที่เดิมมีความเปราะบางอยู่แล้ว แม้ว่าล่าสุดภาครัฐจะมีมาตรการบางส่วนออกมาเพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น เช่น การขยายเวลาตรึงราคาแก๊สหุงต้ม (แอลพีจี) จากเดิมที่จะสิ้นสุด 15 ม.ค.65 รวมถึงเลื่อนเวลาการใช้มาตรการคนละครึ่งเฟส 4 เข้ามาเร็วขึ้นในเดือน ก.พ. 65 แต่มาตรการต่าง ๆ สามารถเข้ามาประคับประคองได้เพียงบางส่วนเท่านั้น เนื่องจากราคาสินค้าปรับขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัว จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19”
ในระยะข้างหน้าระดับราคาสินค้าที่อยู่ในระดับสูงจะยังเป็นปัจจัยกดดันภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนต่อเนื่องไปอีกสักระยะ หรือจนกว่าราคาพลังงานในตลาดโลกจะเริ่มปรับเข้าสู่จุดสมดุล ซึ่งคาดว่าอย่างน้อยจนกว่าจะถึงช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ โดยในวันที่ 1 ก.พ. 65 ที่ผ่านมาได้มีการเปิดรับนักท่องเที่ยวในระบบเทสต์ แอนด์ โก อีกครั้ง รวมถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่ทยอยกลับมาฟื้นตัว ซึ่งจะช่วยให้ฝั่งรายได้ของครัวเรือนกลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้นได้บางส่วน
นอกจากนี้ครัวเรือนมีความกังวลต่อมุมมองด้านรายได้และการมีงานทำปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน ดัชนีรายได้และการจ้างงานปรับตัวลดลงจากเดือนก่อน ติดลบ 4% แม้จะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นแต่แรงงานบางส่วนยังมีชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยของภาคเอกชนอยู่ที่ 45.6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำกว่าภาวะปกติ ทำให้รายได้ของแรงงานที่ลดลงจะกระทบต่อกำลังซื้อของครัวเรือนต่อเนื่องไป ด้านดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนใน 3 เดือนข้างหน้า ปรับลดลงเช่นกันอยู่ที่ 33.2 จาก 36.0 ในเดือน ธ.ค.64 สะท้อนว่าในระยะข้างหน้าครัวเรือนยังคงมีความกังวลต่อเนื่องโดยเฉพาะในเรื่องค่าใช้จ่ายด้านอาหารและพลังงาน
อย่างไรก็ตามหากครัวเรือนมีมุมมองว่าระดับราคาสินค้าจะอยู่ในระดับสูงต่อไปในระยะเวลาสั้น ๆ เช่น 1 เดือน วิธีการรับมือที่ถูกนำมาใช้จะเป็นการนำเงินออมออกมาใช้เพื่อชดเชยระดับราคาสินค้าที่สูงขึ้น แต่ถ้ามีมุมมองว่าระดับราคาสินค้าจะปรับสูงขึ้นเป็นระยะเวลานานขึ้น ครัวเรือนจะลดค่าใช้จ่ายรายการที่ไม่จำเป็นออก ซึ่งในภาพรวมครัวเรือน 41.4% มีมุมมองว่าระดับราคาสินค้าที่สูงขึ้นจะยาวนานมากกว่า 5 เดือนขึ้นไป ครัวเรือนจะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น การจับจ่ายใช้จ่ายสอยจะยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้เต็มที่ ขณะที่กำลังซื้อของภาคครัวเรือน จะยังมีแนวโน้มเปราะบางต่อเนื่องในระยะข้างหน้า



