เมื่อวันที่ 11 ก.พ. จากกรณีเมื่อคืนที่ผ่านมา ศูนย์วิทยุ สภ.บันนังสตา รับแจ้งเหตุมีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนลอบวางระเบิดตู้เอทีเอ็มบริเวณหน้าโรงไฟฟ้าเขื่อนบางลาง หมู่ที่ 1 บ้านสนามบิน ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา ส่งผลทำให้ตู้กดเงินเสียหายและทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 4 นาย หลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณประตูทางเข้าที่ทำการโรงไฟฟ้าเขื่อนบางลาง พบว่าเมื่อเวลาประมาณ 19.17 น. ได้มีบุคคลต้องสงสัย 2 คน โดยผู้ขี่รถจักรยานยนต์แต่งกายใส่ชุดคลุมสีขาว ใส่หมวกกันน็อกและใส่แมสก์ ส่วนผู้นั่งซ้อนท้ายแต่งกายใส่ชุดคลุมสีดำ สวมผ้าคลุมศีรษะคล้ายกับผู้หญิง มีผ้าปิดบังใบหน้า ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณประตูทางเข้า

จากนั้นผู้นั่งซ้อนท้ายได้ถือถุงพลาสติกใสซึ่งมีวัตถุบางอย่างอยู่ภายในถุงดังกล่าว และเดินเข้าไปบริเวณตู้เอทีเอ็ม ข้างป้อมยาม และได้เดินกลับออกมาซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ จากนั้นผู้ต้องสงสัยได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้าไปทางหมู่ที่ 1 บ้านสนามบิน ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา ต่อมาเมื่อเวลา 19.38 น. ได้เกิดระเบิดขึ้นบริเวณตู้เอทีเอ็มดังกล่าว เป็นเหตุให้นายอิสมาแอ มามะ (จนท.รปภ.), นายมะสือลี วาเลาะ (จนท.รปภ.), ส.ต.ต.กฤษฎา ทองศรี และ ส.ต.ต.อิทธิพล พรมโครต ได้รับบาดเจ็บ

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) พร้อมด้วยชุดพิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา เข้าตรวจสอบพื้นที่จุดเกิดเหตุที่ตู้เอทีเอ็มหน้าที่ทำการโรงไฟฟ้าเขื่อนบางลาง เพื่อเก็บหลักฐานและชิ้นส่วนของวัตถุระเบิดที่ยังหลงเหลืออยู่ ตรวจสอบพบวัตถุเศษชิ้นส่วนประกอบระเบิด เป็นชนิดคล้ายกับที่คนร้ายใช้ก่อเหตุป่วนเมืองยะลากว่า 20 จุด ในเขตเทศบาลนครยะลา ก่อนหน้านี้ โดยสภาพตู้เอทีเอ็มแตกละเอียด

พ.ต.อ.สายูตี กาเต๊ะ ผกก.สภ.บันนังสตา ให้ข้อมูลเหตุการณ์ในเรื่องนี้ว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกขณะที่คนร้าย 2 คนไว้ได้ ที่ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอด โดยใส่หมวกกันน็อกอำพรางใบหน้า ส่วนคนนั่งซ้อนท้ายแต่งกายใส่ชุดคลุมสีดำ สวมผ้าคลุมศีรษะคล้ายกับผู้หญิง มีผ้าปิดบังใบหน้า นำระเบิดไปวางไว้ ก่อนจะขึ้นรถแล้วซ้อนรถจักรยานยนต์หลบหนีไป แต่จะเกี่ยวข้องกับเหตุวางระเบิดป่วนเมืองยะลาหรือไม่ต้องตรวจอย่างละเอียด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เร่งเก็บหลักฐานหาความเชื่อมโยงกลุ่มผู้ก่อเหตุ ซึ่งจากการตรวจสอบเชื่อว่าเป็นเหตุสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ต่างรู้สึกไม่ปลอดภัยเนื่องจากคนร้ายนำระเบิดมาวางไว้ใกล้ชุมชน ซึ่งตู้เอทีเอ็มที่เกิดเหตุมีเพียงตู้เดียวที่ชาวบ้านต้องเข้าไปทำธุรกรรมทางการเงิน ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำดังกล่าว