สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองวินด์เซอร์ รัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 12 ก.พ.ว่าศาลรัฐออนแทรีโอของแคนาดา รับคำร้องของสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์แห่งชาติ และมีคำสั่งให้กลุ่มคนขับรถบรรทุก ซึ่งปักหลักปิดกั้นการเจรจาบนสะพานแอมบาสซาเดอร์ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าระหว่างประเทศสายสำคัญที่สุด เชื่อมระหว่างแคนาดากับเมืองดีทรอยต์ ในรัฐมิชิแกนของสหรัฐ ให้ยุติการชุมนุม ภายในคืนวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น

กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านมาตรการบังคับฉีดวัคซีนโควิด-19 ของแคนาดา ยังคงปักหลักปิดกั้นการจราจร บนสะพานแอมบาสซาเดอร์ ที่เชื่อกับเมืองดีทรอยต์ ในรัฐมิชิแกนของสหรัฐ


ขณะที่นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด กล่าวว่า “กิจกรรมผิดกฎหมายต้องยุติทันที” แต่ยังคงปฏิเสธตอบว่า เจ้าหน้าที่จะใช้มาตรการแบบใด ในกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ตอบสนอง ทั้งนี้ การปิดกั้นการจราจรบนสะพานแอมบาสซาเดอร์ซึ่งยืดเยื้อมานาน 1 สัปดาห์ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการจัดการห่วงโซ่อุปทานระหว่างแคนาดากับสหรัฐ โดยบริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่ เช่น โตโยต้า ฟอร์ด และไครสเลอร์ ระงับการผลิตของโรงงานรวมกันอย่างน้อย 6 แห่งในอเมริกาเหนือ


ด้านนายดักลาส ฟอร์ด มุขมนตรีรัฐออนแทรีโอ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ เตือนการจับกุมและปรับผู้ชุมนุมด้วยอัตราสูงสุด 100,000 ดอลลาร์แคนาดา (ราว 2.5 ล้านบาท) แม้ฟอร์ดยืนยันว่า เขายอมรับและมีความเข้าใจต่อ “สิทธิของการประท้วง” และความไม่พอใจของกลุ่มคนเหล่านี้ ที่มีต่อมาตรการบังคับฉีดวัคซีนของส่วนกลาง

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจทั้งในและระหว่างประเทศ โดยรัฐบาลสหรัฐร้องเรียนอย่างเป็นทางการ ให้ทางการแคนาดาจัดการสถานการณ์ที่เกิดขึ้น “อย่างเร่งด่วน”.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES