เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.หญิง วิชญ์ชยากร ณิชาบวร รองโฆษก ตร. กล่าวว่า วันที่ 14 ก.พ. 2565 เป็นวันแห่งความรักที่ผู้คนหลายประเทศทั่วโลกมักใช้เป็นโอกาสแสดงออกถึงความรักตามวัฒนธรรมของโลกตะวันตก รวมถึงในประเทศไทยที่ประชาชนวัยหนุ่มสาว หรือเด็กและเยาวชนนิยมออกไปท่องเที่ยว นัดพบปะกันในสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งบางแห่งอาจเป็นพื้นที่ล่อแหลม หรือเสี่ยงต่อการเกิดภัยอันตราย การคุกคามทางเพศ หรือการกระทำที่ไม่เหมาะสม จากคนหรือกลุ่มผู้ที่หวังก่ออาชญากรรมต่อกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้
ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จึงได้มีหนังสือสั่งการหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ทั่วประเทศ กำหนดมาตรการเชิงรุกในการดูแลความปลอดภัย โดยเน้นการจัดสายตรวจออกตรวจตราพื้นที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรมกับบุคคลกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กและเยาวชน รวมถึงประชาชนทั่วไป ให้สถานีตำรวจทุกแห่ง จัดชุดตำรวจชุมชนมวลชนสัมพันธ์ แนะนำให้ความรู้ และประสานครู อาจารย์ในโรงเรียน สถานศึกษา และเครือข่ายผู้ปกครองเพื่อร่วมกันระมัดระวัง เฝ้าระวังการกระทำผิดของผู้ไม่หวังดีในการใช้เด็ก เยาวชน เป็นเหยื่อหรือล่อลวงเพื่อคุกคามทางเพศ หรือเพื่อประโยชน์ในการค้ามนุษย์ ค้ายาเสพติด รวมทั้งปลูกฝังค่านิยมของวันแห่งความรักให้เหมาะสมกับวัฒนธรรมอันดีของประเทศและมีความปลอดภัยต่อตนเอง
นอกจากนี้ ให้เพิ่มความเข้มงวด กวดขัน ในการตรวจสถานบริการ สถานบันเทิง ให้ปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนด เช่น การเปิด-ปิดตามเวลา การห้ามพกพาอาวุธเข้าไปในสถานบริการ การตรวจบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่มาใช้บริการ ห้ามมีการแสดงลามก อนาจาร หรือการแสดงที่ไม่เหมาะสมขัดต่อศีลธรรมอันดี ตลอดจนห้ามมีการมั่วสุมเสพยาเสพติด และกำชับการตรวจตราให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 โดยห้ามจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ให้กับเด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี อีกทั้งหากพบการกระทำความผิด ให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
รองโฆษก ตร. กล่าวอีกว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ห่วงใยประชาชนในทุกวัน วาเลนไทน์หรือวันไหน ๆ ก็ปลอดภัยได้ ขอให้มีสติ รู้ทันภัย ใช้หลัก 4 เลี่ยง คือ 1.เลี่ยงการใช้สารเสพติดและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ 2.เลี่ยงไปในสถานที่สุ่มเสี่ยง ล่อแหลมต่อความปลอดภัย 3.เลี่ยงเที่ยวกลางคืนกลับบ้านดึกดื่น และ 4.เลี่ยงสนทนากับคนที่ไม่รู้จักในสังคมออนไลน์ เพื่อลดโอกาสการก่ออาชญากรรมของคนหรือกลุ่มผู้ที่ไม่หวังดี เป็นการป้องกันไว้ก่อน ดีกว่าเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงในภายหลัง.



