เมื่อวันที่ 12 ก.พ. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เดินเท้าสำรวจเขตบางคอแหลม หลังวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ 6 รอบพระชนมพรรษา กับเพื่อนนักวิ่งและอาสาเพื่อนชัชชาติตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ พร้อมตรวจเยี่ยมศูนย์ฝึกอาชีพกทม. วัดวรจรรยาวาส ซึ่งจัดการเรียนการสอนทุกวันโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยย้ำการพัฒนาทักษะอาชีพเป็นเรื่องสำคัญ กทม. ต้องร่วมมือกับเอกชน พัฒนาศูนย์ฝึกอาชีพครบวงจร เพื่อพัฒนาทักษะใหม่ป้อนตลาด และสร้างงานให้คนกรุงเทพฯ ทุกคน

ทั้งนี้ ที่ศูนย์ฝึกอาชีพวัดวรจรรยาวาส นายชัชชาติได้พูดคุยกับครูและนักเรียน ซึ่งกำลังเรียนพัฒนาทักษะอาชีพต่าง ๆ อาทิ ฝึกทำอาหารคาวหวาน ตัดผมชาย-หญิง ตัดผ้า พิมพ์ดีด นวดแผนไทย-นวดสปา จัดดอกไม้ ร้อยลูกปัด ฯลฯ

นายชัชชาติ กล่าวว่า ปัจจุบัน กทม. มีศูนย์ฝึกอาชีพในความดูแลของสำนักงานเขต 15 ศูนย์ และโรงเรียนฝึกอาชีพในสังกัดสำนักพัฒนาสังคม 10 แห่ง โดยศูนย์ฝึกอาชีพวัดวรจรรยาวาส เขตบางคอแหลม เป็นตัวอย่างที่ดีที่ช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้คนกรุงเทพฯ จำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน กทม. ต้องพัฒนาศูนย์ฝึกอาชีพอย่างครบวงจรและเข้มข้น โดยสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน สำรวจความต้องการในตลาดแรงงาน จากนั้นพัฒนาทักษะอาชีพและป้อนแรงงานดังกล่าวให้เอกชน นอกจากนี้ ศูนย์ฝึกอาชีพยังจำเป็นต้องพัฒนาทักษะใหม่ ๆ เพิ่มเติม อาทิ การดูแลคนสูงอายุ การคำนวณและจัดการภาษี การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฯลฯ
นายชัชชาติ กล่าวเพิ่มว่า จากการสำรวจเขตบางคอแหลมพร้อมกับอาสาเพื่อนชัชชาติตั้งแต่ช่วงเช้า และการสำรวจพื้นที่ใต้สะพานพระราม 3 พบว่า ปัจจุบันเป็นสวนสาธารณะขนาดเล็กริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชี้ให้เห็นศักยภาพของพื้นที่ขนาดเล็กจำนวนมากใน กทม. ที่สามารถพัฒนาเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อทุกคนได้

นอกจากนี้ยังพบปัญหาทางเท้าและถนนชำรุดจากโครงการนำเสาไฟฟ้าลงดิน ส่งผลให้คนเดินเท้าและผู้ใช้รถยนต์ได้รับอันตรายบ่อยครั้ง ขณะเดียวกันยังได้สำรวจชุมชนสวนหลวง 1 ซึ่งเป็นชุมชนมุสลิมที่มีเสน่ห์ทางวัฒนธรรมและมีสภาพแวดล้อมร่มรื่น สามารถพัฒนาเป็นพื้นที่จัดเทศกาลระดับเมือง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับผู้คนได้ และหลายชุมชนยังพบปัญหาขยะและคลองเน่าเสียอีกด้วย.




