สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองวินด์เซอร์ รัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ว่าสำนักงานตำรวจเมืองวินด์เซอร์ ในรัฐออนแทรีโอ ซึ่งมีพรมแดนติดกับรัฐมิชิแกนของสหรัฐ “ปฏิบัติการกระชับพื้นที่” บนสะพานแอมบาสซาเดอร์ เพื่อเปิดการจราจรบนหนึ่งในเส้นทางขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนสายสำคัญที่สุดของอเมริกาเหนือ ซึ่งเป็นอัมพาตมานานกว่า 1 สัปดาห์ จากการมีกลุ่มคนขับรถบรรทุกที่ต่อต้านมาตรการบังคับฉีดวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาลกลาง รวมตัวปิดกั้นการจราจร

ตำรวจแคนาดาปฏิบัติการกระชับพื้นที่จากผู้ประท้วงคนขับรถบรรทุก เพื่อเปิดการจราจรข้ามพรมแดนกับสหรัฐ


แถลงการณ์ของตำรวจระบุว่า เจ้าหน้าที่ดำเนินการลากพาหนะที่กีดขวางออกจากพื้นที่ พร้อมทั้งจับกุมผู้ที่ขัดขืนได้ระหว่าง 20-30 คน โดยคาดหวังการกลับมาเปิดการจราจรให้ได้ ก่อนเข้าสู่วันจันทร์ที่ 14 ก.พ. ตามเวลาท้องถิ่น

รถบรรทุกขนส่งสินค้าคันหนึ่ง ข้ามสะพาน “พีซ บริดจ์” จากเมืองบัฟฟาโล ในรัฐนิวยอร์ก ของสหรัฐ มุ่งหน้าสู่แคนาดา


ในเวลาเดียวกัน สถานการณ์ประท้วงแบบเดียวกัน ในเขตใจกลางกรุงออตตาวา ยืดเยื้อมานานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว ขณะที่มีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด และคณะรัฐมนตรี กำลังหารือความเป็นไปได้ ในการใช้อำนาจของฝ่ายบริหารส่วนกลาง ภายใต้กฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อจัดการกับการชุมนุมในเมืองหลวง


ทั้งนี้ หากมีการใช้อำนาจดังกล่าวจริง จะเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ของแคนาดาเท่านั้น โดยการใช้ครั้งแรกเกิดขึ้นในยุคของนายกรัฐมนตรีปิแอร์ ทรูโด บิดาของผู้นำแคนาดาคนปัจจุบัน เมื่อปี 2513.

เครดิตภาพ : REUTERS