สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 ก.พ.ว่านายเน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ แถลงเมื่อวันจันทร์ เรื่องการปิดสถานเอกอัครราชทูตประจำกรุงเคียฟ ซึ่งอยู่ทางเหนือ “เป็นการชั่วคราว” แล้วย้ายบุคลากร “ที่ยังเหลืออยู่เล็กน้อย” ไปประจำการที่เมืองลวีฟ อยู่ทางตะวันตกของยูเครน และใกล้กับโปแลนด์แทน “เพื่อความปลอดภัย” ของเจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกัน ขอให้พลเมืองสหรัฐซึ่งยังคงอยู่ในยูเครน ให้เดินทางออก “เป็นการด่วนที่สุด”
.@StateDeptSpox: We have taken the prudent steps of updating the Travel Advisory for Ukraine to urge U.S. citizens to leave Ukraine immediately using any available mode of transportation, and now, we are in the process of relocating our diplomatic staff from Kyiv to Lviv. pic.twitter.com/K5zx3GNTXK
— Department of State (@StateDept) February 14, 2022
ด้านแหล่งข่าวในรัฐบาลวอชิงตัน ยังคงให้ความเห็นยืนยันการที่รัสเซียเตรียมปฏิบัติการทางทหารกับยูเครน “ภายในสัปดาห์นี้” ว่า “ความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นมีมากกว่าไม่เกิด” อย่างไรก็ตาม หากกองทัพรัสเซียไม่ได้เคลื่อนไหวในรูปแบบใด ก็ไม่ได้หมายความว่า “ท้ายที่สุดแล้วเรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้น”
.@StateDeptSpox discusses efforts to deter Russia and impose costs should military action move forward: “Whatever happens next, we are resolute in our support for Ukraine’s sovereignty and territorial integrity, and we will continue our assistance to the people of Ukraine.” pic.twitter.com/MEqn1tbSso
— Department of State (@StateDept) February 14, 2022
ขณะที่นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า รัฐบาลมอสโกยังคงยึดมั่นแนวทางการเจรจาเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียดตามแนวพรมแดนติดกับยูเครน “แม้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง” ของความวิตกกังวลด้านนโยบายความมั่นคงระหว่างประเทศของรัสเซีย.
เครดิตภาพ : REUTERS



