สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ว่ากระทรวงการต่างประเทศของยูเครน ออกแถลงการณ์ ขอให้ชาวยูเครนหลีกเลี่ยงการเดินทางเยือนรัสเซีย และขอให้ผู้ที่อยู่ในรัสเซีย “เดินทางออกโดยเร็วที่สุด” โดยเตือนว่า พลเมืองยูเครนซึ่งยังคงอยู่ในรัสเซีย “อาจไม่ได้รับการคุ้มครองอย่างทั่วถึง” จากรัฐบาลเคียฟ


ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศของยูเครน “เสนอแนะ” ให้ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ยุติความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐบาลมอสโก ซึ่งผู้นำยูเครนเรียกกลับอุปทูตประจำรัสเซีย แต่ต่อมา กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียประกาศเตรียมถอนนักการทูตออกจากยูเครน โดยให้เหตุผลว่า รัฐบาลเคียฟไม่สามารถให้ความคุ้มครองแก่บุคลากรการทูตของรัสเซียได้ ตามกรอบอนุสัญญาเวียนนา


ในอีกด้านหนึ่ง สภาแห่งชาติของยูเครนมีมติเสียงข้างมาก อนุญาตให้ประชาชนในประเทศครอบครองอาวุธ และใช้อาวุธดังกล่าว “เพื่อป้องกันตนเอง” และประกาคว่ำบาตรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของรัสเซีย หรือสมาชิกสภาดูมา 351 คน ซึ่งลงมติรับรองสถานะเอกราช ให้กับเขตลูฮันสก์และเขตโดเนตสก์ ในภูมิภาคดอนบาส ทางตะวันออกของยูเครน ซึ่งเป็นมาตรการเดียวกับที่สหภาพยุโรป (อียู) ประกาศไปก่อนหน้านี้


ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประกาศกฤษฎีกา ให้พลเมืองยูเครนอายุระหว่าง 18-60 ปี ขึ้นทะเบียนเป็นทหารกองหนุน มีกำหนดระยะเวลา 1 ปี.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES