เมื่อวันที่ 1 มี.ค. รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี หรือ “หมอหมู” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มศว​ เปิดเผยความเห็นในเรื่องบาดแผลของ “แตงโม” และการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องการปัสสาวะบนเรือ ผ่านรายการ “ถกไม่เถียง” ทางช่อง 7HD ที่ดำเนินรายการโดย “ทิน โชคกมลกิจ” ว่า ส่วนตัวเวลามองเรื่องบาดแผล หากจะมองว่าเป็นวัตถุมีคม เช่น มีด ถ้ากรีดลงไปขอบมันจะเรียบเนื้อเยื่อด้านในก็จะเรียบ และถ้าลงไปถึงกระดูกยังไงก็ต้องมีรอยเส้น จากที่พี่ไทด์บอกว่าขอบมันรุ่งริ่ง ไม่เรียบ เป็นไปได้ว่าวัตถุนั้นอาจจะเกิดจากการปั่นและนำไปสู่การฉีกขาด เราก็อาจจะสันนิษฐานได้ว่าเป็นใบพัดเรือ เวลามันปั่นมันจะมีองศาของมันอยู่ ดึงเอาเนื้อออกมา มันอาจจะมีจังหวะการดูดเข้าออกของน้ำ ถ้าปั่นแล้วหลุดออกมา อาจจะมีแผลเดียวได้ แต่จังหวะที่ปั่นแล้วนำไปสู่การดูดร่างเข้าใกล้ใบพัดอาจเกิดบาดแผลอีกแบบนึง เรื่องการปัสสาวะ เวลาที่เราอั้นปัสสาวะแล้วเราเกิดเสียชีวิต ระบบหูรูดก็ต้องหยุดทำงาน แต่ถ้าศพยังไม่ได้เน่า หูรูดไม่ได้มีการปัสสาวะราดออกมา ตรวจยังไงก็ต้องเจอน้ำปัสสาวะ แต่ถ้าศพเน่าก็อาจมีโอกาสที่หูรูดเน่า ถ้าขยับตัวในท่าใดก็ตาม น้ำปัสสาวะอาจไหลออกมาได้ ต่อให้คนที่เสียชีวิตแล้วไม่เน่า หูรูดยังดี แล้วมีปริมาณน้ำปัสสาวะอยู่ในกระเพาะปัสสาวะเยอะ ก็ไม่สามารถฟันธงได้ว่าได้ปัสสาวะหรือไม่ เพราะประสิทธิภาพในการอั้นปัสสาวะของคนไม่เหมือนกัน เขาอาจจะปวดปัสสาวะหรือไม่ปวดก็ได้ ประเด็นนี้อาจไม่สามารถฟันธงเรื่องการไปปัสสาวะท้ายเรือได้

ส่วนเรื่องการตรวจร่องรอยปัสสาวะบริเวณท้ายเรือนั้น ถ้ามีร่องรอยปัสสาวะจริงก็สามารถตรวจได้ว่าเป็นปัสสาวะของใคร เพียงแต่ว่าต้องใช้เทคนิคขั้นสูง เพราะปริมาณมันน้อยมาก ไม่เหมือนกับการตรวจคราบเลือด ซึ่งต้องมีการตรวจก่อนว่าใช่ปัสสาวะไหม ถ้าเป็นปัสสาวะจริง เวลาที่มันผ่านออกมาจากร่างกาย จะติดเซลล์เนื้อเยื่อร่างกายออกมาด้วย ก็จะสามารถนำไปตรวจดีเอ็นเอต่อได้ เนื่องจากตัวเซลล์อยู่ได้นาน แต่นานแค่ไหนคงตอบยาก ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม แต่ในกรณีนี้ยังอยู่ได้ เพียงแต่ว่าอาจจะมีปริมาณน้อย เพราะอาจจะมีกระบวนการขับเรือ มีการชะล้าง อาจยากในการเก็บตัวอย่าง แต่ถ้าเก็บได้ แม้มีปริมาณน้อยก็สามารถเก็บตรวจได้ อย่างคดีต่างๆ ที่มีคราบเลือด แม้จะมีการล้างทำความสะอาด เจ้าหน้าที่ก็ยังสามารถเก็บได้ มันอาจจะติดตามซอกหลืบต่างๆ เจ้าหน้าที่ต้องพยายามหาอย่างละเอียด แต่จะมีไหมก็อีกเรื่องหนึ่ง

สำหรับเรื่องข้อกฎหมายของคดีนี้นั้น นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ เจ้าของเพจเฟซบุ๊กทนายคู่ใจ เผยว่า “กรณีการหล่นลงจากเรือ จากที่แซนให้สัมภาษณ์นั้น แซนเป็นผู้โดยสาร แตงโมเป็นผู้โดยสารเหมือนกัน กฎหมายจะเอาผิดคนควบคุมเรือ เจ้าของเรือ แต่คุณแซนไม่ใช่คนขับเรือ ฉะนั้นไม่น่าจะผิดอะไร แต่ถ้าเขาเป็นคนแนะนำให้แตงโมเกาะขา แล้วนำไปสู่การหล่นลงแม่น้ำเจ้าพระยา เขาอาจจะมีส่วนประมาทเลินเล่อได้ แต่ถ้าแตงโมมาเกาะขาเขาเองก็เป็นอีกเรื่องนึง ที่ผมสงสัยคือวันที่เกิดเหตุทำไมไม่อายัดเรือ อายัดพยาน สอบปากคำพยานเพื่อถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น คดีนี้แปลกใจมาก ที่กว่าจะเอาคนมาสอบก็ข้ามวันข้ามคืนไปแล้ว จริงๆ เขาต้องเอาคนมาสอบก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าจะตกไปแล้วรอดหรือไม่ก็ตาม ตอนนั้นไม่เจอศพก็จริง แต่ความผิดทางอาญาเกิดแล้ว ถ้าผู้โดยสารหล่นเป็นความผิดทางอาญา แล้วทำไมไม่อายัดเรือ ไม่ใช้ ป.วิอาญาในการดำเนินการ

และถ้าเหตุการณ์ไม่ใช่แค่การตกเรือ ต้องดูว่าเขาพูดยังไงบ้าง ถ้ามีการลวนลามนำไปสู่การหล่นเรือ คนที่รับผิดชอบต้องเป็นคนที่ลวนลามและทำเขาตกเรือ คดีจะพลิกไปอีกแบบ ซึ่งในคนที่ขึ้นเรือไปวันนั้น หากมีใครคนใดคนนึงออกมายอมรับ โทษอาจจะเบาลง แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่ผิดเลย เพียงแต่โทษจะเบาลงกว่าคนอื่นๆ”

ติดตาม รายการ “ถกไม่เถียง” ดำเนินรายการโดย “ทิน โชคกมลกิจ” ภายใต้การผลิตของบริษัท เทโร เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ ได้ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 17.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และสามารถรับฟังผ่านทาง hitz955.com

ชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/hvRq512-AmI