สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ว่า คณะผู้แทนเจรจาของรัสเซียและยูเครนพบหารือกันบนชายแดนระหว่างเบลารุสกับโปแลนด์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นับเป็นการพบหารือระดับเจ้าหน้าที่เป็นครั้งที่ 3 ตั้งแต่กองทัพรัสเซียปฏิบัติการทางทหารในยูเครน เมื่อวันที่ 24 ก.พ.


ทั้งนี้ นายมิไคโล โพโดลยัค ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า การเจรจาครั้งนี้ “มีความคืบหน้า” เกี่ยวกับประเด็นโลจิสติกส์ และระเบียงมนุษยธรรม ที่หมายถึงการหยุดยิงชั่วคราว


อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง ยูเครนปฏิเสธแผนการหยุดยิงชั่วคราวของรัสเซียในกรุงเคียฟ เมืองคาร์คิฟ เมืองมาริอูโปล และเมืองซูมี โดยให้เหตุผลว่า “เป็นการดำเนินการที่ผิดศีลธรรม” เนื่องจากหลังจากนั้นไม่นาน มีการประกาศเพิ่มเติมว่า เส้นทางอพยพจากกรุงเคียฟจะมุ่งสู่เบลารุสเท่านั้น ส่วนเส้นทางจากเมืองคาร์คิฟให้มุ่งสู่รัสเซียเท่านั้น

นายวลาดิเมียร์ เมดินสกี (คนสวมแว่น) ผู้ช่วยของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวกับผู้สื่อข่าว หลังเสร็จสิ้นการเจรจารอบที่สาม


ขณะที่นายวลาดิเมียร์ เมดินสกี ผู้ช่วยของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาฝ่ายรัสเซีย กล่าวว่า ผลการเจรจา “ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร” เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อเสนอของรัฐบาลมอสโก “ที่ไม่สามารถต่อรองได้”


อนึ่ง ก่อนเริ่มการเจรจา นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน ย้ำว่า กองทัพรัสเซียพร้อมยุติปฏิบัติการทางทหาร หากรัฐบาลเคียฟวางอาวุธแต่โดยดี การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีการระบุชัดเจนเกี่ยวกับ “สถานะเป็นกลาง” การยอมรับอย่างเป็นทางการว่า ไครเมียคือส่วนหนึ่งของรัสเซีย และการรับรองเขตลูฮันสก์และเขตโดเนตสก์ ในภูมิภาคดอนบาสที่อยู่ทางตะวันออก “เป็นรัฐอิสระ”


ต่อมา นายดมิโทร คูเลบา รมว.การต่างประเทศยูเครน เรียกร้องทำเนียบเครมลินยอมรับเงื่อนไข จัดการเจรจาโดยตรงแบบพบหน้า ระหว่างปูตินกับเซเลนสกี.

เครดิตภาพ : REUTERS