กาลเวลาที่ผันผ่าน นำพาไป๋น่าสู่การเป็นนักศึกษาปริญญาโท ณ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีปักกิ่ง และร่วมทำภารกิจอาสาสมัครประจำการแข่งขันกีฬาปักกิ่ง โอลิมปิกฤดูหนาว เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์แสนพิเศษ บนเส้นทางการเรียนรู้ภาษาจีนของเธอ ผู้พยายามใช้ทุกวินาทีในปักกิ่งอย่างคุ้มค่ามากที่สุด

ภาพจากผู้ให้สัมภาษณ์ : ไป๋น่า (คนแรกจากซ้าย) พูดคุยกับนักเรียนจากโรงมัธยมศึกษาหวังอิ่น อำเภอฉินอัน มณฑลกานซู่ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน วันที่ 18 พ.ค. 2564


โชคชะตาแห่ง “การได้ยิน”


ไป๋น่าเริ่มหลงใหลความไพเราะของภาษาจีน ตั้งแต่ได้ยินครั้งแรกสมัยเรียนเมื่อสิบกว่าปีก่อน ซึ่งตอนนั้นไทยกำหนดให้ภาษาจีนเป็นวิชาเลือก ในหมวดวิชาภาษาต่างประเทศ ของหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น เด็กไทยจำนวนมากจึงมีโอกาสเรียนรู้ภาษาจีนเบื้องต้น โดยไป๋น่าสานต่อการเรียนภาษาจีนอย่างจริงจัง ด้วยการเลือกเรียนเป็นวิชาเอกในระดับปริญญาตรี


โชคชะตานำพาไป๋น่าพบเจออาจารย์สอนภาษาจีนที่เก่งภาษาไทยมาก ทำให้นอกจากเรียนรู้ภาษา เธอยังได้เข้าใจประวัติศาสตร์จีนอันน่าสนใจที่เรียนเทอมเดียวไม่พอ และการพัฒนาของจีนยุคปัจจุบัน อย่างรถไฟความเร็วสูงและระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ แต่ไป๋น่ารู้สึกว่าฟังอย่างเดียวไม่เห็นภาพตัวจริง จึงอยากไปเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมจริง

ภาพจากผู้ให้สัมภาษณ์ : ไป๋น่า (คนกลางแถวหน้า) แสดงรำไทยที่งานเลี้ยงฉลองปีใหม่ของนักศึกษานานาชาติในมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีปักกิ่ง กรุงปักกิ่งของจีน เดือน ธ.ค. 2562


ความเข้าใจจาก “การเรียนรู้”


หนึ่งปีหลังจากเรียนจบปริญญาตรี ไป๋น่าสมัครเข้าเรียนสาขาวิชาการค้าระหว่างประเทศ ของมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีปักกิ่ง ตามคำชักชวนจากเพื่อนชาวไทยที่เรียนอยู่ในจีน และเดินทางสู่จีนตามความปรารถนาเมื่อปี 2562 โดยชีวิตที่ปักกิ่งช่วยให้ไป๋น่าได้เทียบเคียงสิ่งที่เคยได้ยินได้อ่าน กับความเป็นจริงตรงหน้า


การเที่ยวชมวัดขงจื๊อ เยี่ยมเยือนพิพิธภัณฑ์พระราชวัง ห่อเกี๊ยวปรุงอาหารจีน แข่งขันพากย์เสียงภาษาจีน และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับนักศึกษาท้องถิ่นมณฑลกานซู่ ได้สร้างประสบการณ์ชีวิตที่มีสีสัน ช่วยให้ไป๋น่าได้ทำความเข้าใจจีนอย่างลึกซึ้งและถ่องแท้ด้วยตนเอง ระหว่างการเรียนรู้ภาษาจีน


ไป๋น่าได้แบ่งปันเรื่องราวมากมายที่ได้ยินได้เห็นในจีนบนโซเชียลมีเดียของตัวเอง รวมถึงบอกเล่าวัฒนธรรมไทยแก่เพื่อนชาวจีนจำนวนไม่น้อย บางครั้งไป๋น่ายังร่วมพูดคุยประเด็นร้อนของสื่อมวลชนจีนอย่างเรื่อง “ช่วงพักใจไตร่ตรองก่อนเซ็นใบหย่า” ซึ่งเธอมองว่าเป็นประเด็นทางสังคม ที่ทุกประเทศควรหยิบยกมาถกเถียงกันด้วย

ภาพจากผู้ให้สัมภาษณ์ : ไป๋น่า (กลาง) ระหว่างเป็นอาสาสมัครในการแข่งขันกีฬาปักกิ่ง โอลิมปิกฤดูหนาว ที่ศูนย์กีฬาอู่เคอซง กรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 13 ก.พ. 2565


ความสุขจาก “การใช้”


การร่วมภารกิจอาสาสมัครประจำการแข่งขันกีฬาปักกิ่ง โอลิมปิกฤดูหนาว เมื่อเดือน ก.พ. ถือเป็นความสำเร็จที่เกิดจากความพยายามของไป๋น่า ซึ่งต้องฟันฝ่าการสอบสัมภาษณ์ การอบรมทางออนไลน์ และการฝึกฝนในสถานที่จริง ไม่ต่างจากการเรียนภาษาจีนมานานหลายปี ที่สุดท้ายได้นำมาใช้งานจริง ทำให้ทุกความมุ่งมั่นที่ผ่านมามีความหมาย


“พอคบเพลิงที่ล้อมรอบด้วยเกล็ดหิมะปรากฏขึ้นมา ฉันรู้สึกอบอุ่นมาก เหมือนทั้งโลกกำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน” ไป๋น่าเล่าย้อนความทรงจำขณะร่วมพิธีเปิดการแข่งขัน ส่วนเพลง “เกล็ดหิมะที่มอดไหม้” ของเหล่าอาสาสมัคร ทำให้เธอรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ส่งต่อความอบอุ่นแก่ผู้อื่น


ภารกิจการเป็นอาสาสมัครของไป๋น่าหมุนเวียนระหว่าง จุดบริการตรวจสอบสิ่งของสูญหาย ร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก และประตูทางออกของผู้ชม โดยไป๋น่าฝึกซ้อมกิริยาท่าทาง รวมถึงคำพูดต่าง ๆ เช่น “ยินดีต้อนรับ” “เดินอย่างระมัดระวัง” หรือ “อากาศข้างนอกหนาว โปรดรักษาความอบอุ่น” อย่างจริงจัง แม้เป็นเรื่องง่ายดายสำหรับเธอ

ภาพจากผู้ให้สัมภาษณ์ : ไป๋น่า ที่สถาบันขงจื่อของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ปี 2560


ไป๋น่าทิ้งท้ายว่าเธอใกล้จะเรียนจบแล้ว เวลาสามปีในปักกิ่งได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว โดยไป๋น่าวางแผนทำงานด้านการท่องเที่ยวและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เพื่อนำเสนอประเทศจีนแก่คนไทยอย่างครอบคลุม และเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมนำเสนอบ้านเกิดอย่างจังหวัดชุมพร ที่มีชายทะเลสวยงาม ให้เพื่อนคนจีนรู้จักเป็นวงกว้าง.

ข้อมูล-ภาพ : XINHUA