นายฮาว ริเร็น รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เปิดเผยว่า ดีแทคมุ่งมั่นที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานมือถือได้มีประสบการณ์ในการใช้งานที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยการร่วมมือกับ Cyan ผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ นำเสนอบริการ dtac Safe ที่ง่ายในการปกป้องการใช้งานจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ เช่น มัลแวร์ (Malware) ซอฟต์แวร์ที่สร้างขึ้นเพื่อรบกวนหรือทำให้เกิดความเสียหาย ฟิชชิ่ง (Phishing) การหลอกลวงโดยใช้อีเมลหรือหน้าเว็บไซต์ปลอมเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูล ดีแทคเชื่อว่า cyber-security จะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สร้างความกังวลหรือ ประเด็นที่ผู้ใช้งานจะได้รับความเดือดร้อนมากที่สุดในการใช้บริการดิจิทัล ซึ่งลูกค้าดีแทค สามารถสมัครใช้บริการ dtac Safe ได้ผ่านดีแทค แอพ ทดลองใช้ฟรี 2 เดือนแรก เดือนถัดไปจ่ายเพียงเดือนละ 29 บาท
ในฐานะที่ดีแทคเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศดิจิทัล ดีแทคตระหนักถึงภัยคุกคามในโลกดิจิทัลที่พุ่งสูงขึ้นเป็นอย่างมาก เราให้ความสำคัญกับนโยบายในการคุ้มครองความปลอดภัย และพัฒนาเครื่องมือที่จะช่วยสร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตประจำวันของลูกค้าที่ทำกิจกรรมบนออนไลน์อยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ดีแทคจึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนนโยบายภาครัฐ เช่น สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการร่วมสร้างความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
โดยข้อมูลจากไทยเซิร์ต ระบุว่า ในปี 64 คนไทยเผชิญภัยคุกคามทางไซเบอร์ทุกประเภท 2,250 รายการ ขณะเดียวกันผู้ใช้งานในกรุงเทพฯ เพียงจังหวัดเดียว ติดมัลแวร์กว่า 700,000 ไอพี อันเป็นผลมาจากการเข้าถึงและใช้งานดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นของคนไทยและการขาดความรู้ในการใช้งานอย่างถูกต้อง ทำให้ผู้ใช้งานเผชิญกับความเสี่ยงได้ทุกขณะ

ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ เอ็ตด้า กล่าวว่า การส่งเสริมให้ประเทศมีการทำธุรกรรมทางออนไลน์อย่างความมั่นคงปลอดภัย และมีความน่าเชื่อถือ จนเกิดความเชื่อมั่นในการใช้งานเพิ่มมากขึ้นนั้น เป็นสิ่งที่ เอ็ตด้า ได้มีการส่งเสริมและสนับสนุนร่วมกับพาร์ทเนอร์ต่าง ๆ เสมอมา ควบคู่กับการเสนอแนะทั้งในด้านมาตรฐาน ตลอดจนประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับกฎหมาย รวมถึงการร่วมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับประชาชน เนื่องจากในปัจจุบันคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นผ่านบริการต่าง ๆ และส่งผลให้ชั่วโมงของการใช้งานมากขึ้นตามไปด้วย จนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ใช้งานเกิดความเสี่ยงต่อการถูกภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ง่าย
ดังนั้น การที่ภาคเอกชน อย่างดีแทค ได้ให้ความสำคัญกับความมั่งคงปลอดภัยทางไซเบอร์และมีการพัฒนาเครื่องมือเพื่อปกป้องการใช้งานอินเทอร์เน็ต ถือเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐ รวมถึงการยกระดับให้คนไทยได้มีความตระหนักรู้ในเรื่องความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อให้คนไทยได้เข้าถึงบริการดิจิทัลสำหรับการทำธุรกรรมได้อย่างมั่นคงปลอดภัยแพร่หลายมากขึ้น นำไปสู่การพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ ต่อไปในอนาคต



