นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ได้เร่งให้ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นที ร่วมมือจากทุกหน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) และผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม ในการจัดระเบียบสายสื่อสาร ตามแผนของกระทรวงดีอีเอส โดยปี 65 นี้ จะเริ่มดำเนินการเร่งด่วนพื้นที่ชั้นใน กทม.ก่อน ในกลางเดือน มี.ค.นี้ เป็นต้นไป ซึ่งในระหว่างการดำเนินการ ประชาชนผู้อยู่อาศัยในบริเวณนั้นๆ อาจจะได้รับความไม่สะดวกบ้าง แต่ในอนาคตเมื่อแล้วเสร็จ บ้านเมืองจะเป็นระเบียบเรียบร้อย มีความปลอดภัยในการสัญจรไปมา

“จากที่ได้ลงพื้นที่ติดตาม โครงการจัดระเบียบสายสื่อสาร บริเวณพื้นที่ กทม. ตามแนวถนนสายหลัก บริเวณย่านธุรกิจและสถานที่สำคัญ คือ บริเวณพื้นที่เขตวัฒนา บริเวณถนนสุขุมวิท 71 บริเวณปากซอยปรีดีพนมยงค์ 31-ซอยเอกมัย 12-ปากซอยทองหล่อ 10 จะช่วยปรับทัศนียภาพให้สวยงามมีความปลอดภัย ต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และเป็นแนวทางในการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกัน เพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินการและประหยัดการใช้งบประมาณของทุกส่วนงาน สนองตอบต่อนโยบายการจัดระเบียบสายสื่อสารของภาครัฐ”

ด้านนายมรกต เธียรมนตรี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานโครงสร้างพื้นฐาน ของเอ็นที กล่าวว่า ได้กำหนดการจัดระเบียบในพื้นที่นครหลวง กรุงเทพชั้นใน เบื้องต้นบริเวณปากซอยถนนสุขุมวิท71 ด้าน ถนนสุขุมวิท (ซอยปรีดีพนมยงค์) ถึง ซอยปรีดีพนมยงค์ 5 ทั้งสองฝั่งถนน ระยะเวลาดำเนินการภายใน 30 วัน ระยะทาง 500 เมตร ซึ่งเป็นจุดที่ต้องจัดระเบียบเร่งด่วน โดยเป็นการเก็บสายที่ห้อยรกรุงรังให้มีความเป็นระเบียบปลอดภัย พร้อมกับดำเนินจัดระเบียบสายตลอดแนวถนนสุขุมวิท 71 ระยะทาง 3 กิโลเมตร (2 ฝั่งถนน รวม 6 กิโลเมตร) และบริเวณในซอยปรีดีพนมยงค์ 31 ถึง ปากซอยทองหล่อ 10 ระยะเวลาดำเนินการภายใน 60 วัน ระยะทาง 1.6 กิโลเมตร เพื่อเป็นต้นแบบให้กับการจัดระเบียบสายในบริเวณอื่นๆ ต่อไป

“ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในการดำเนินการไม่ว่าจะเป็น กสทช. กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานเขตวัฒนา สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ สถานีตำรวจนครบาลคลองตัน กฟน. ผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคม ทั้ง  AIS, True, ทริปเปิลที บรอดแบนด์ และผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน ที่มีส่วนร่วมกันทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชน”

​ขณะเดียวกัน เอ็นที พร้อมเป็นผู้ให้บริการ Infrastructure sharing ลดการลงทุนที่ซ้ำซ้อน ใช้ทรัพยากรของประเทศร่วมกันทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ระบบสื่อสารโทรคมนาคมมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ปรับภูมิทัศน์เมืองให้สวยงาม ให้เกิดความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และประชาชนที่อาศัยในสองฝั่งถนน ของถนนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ลดการเกิดความร้อน ทำให้เกิดไฟไหม้ที่สายสื่อสาร เป็นเหตุให้ผู้ใช้บริการไม่สามารถใช้งานได้ ช่วยให้การบำรุงรักษาสายสื่อสารในอนาคตทำได้ง่าย รวดเร็วด้วย