นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า เอไอเอส ได้เดินหน้าพัฒนา Digital Service รูปแบบต่างๆ เพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตในยุคดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริการด้านธุรกรรมทางการเงิน ที่นอกเหนือจากตัวเลขการใช้จ่ายของคนไทยผ่านระบบ Mobile Banking จะสูงติดอันดับต้นๆ ของโลกแล้ว การทำธุรกรรมด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบัญชี การสมัครกองทุน ประกัน ต่างๆ ก็มีแนวโน้มที่เติบโตขึ้นไม่แพ้กัน ทำให้ เอไอเอส ในฐานะ Digital Life Service Provider ได้เปิดให้บริการยืนยันตัวตนผ่านช่องทางต่างๆ ของ AIS ทั้ง AIS Shop, AIS Buddy, Telewiz และร้านค้า AIS ในเครือพันธมิตร กว่า 16,277 จุดทั่วประเทศ เมื่อปี 2020 ที่เรียกว่าบริการ IDP Agent ผ่านความร่วมมือกับ บริษัท เนชั่นแนลดิจิทัลไอดี จำกัด พร้อมกับสถาบันทางการเงิน ธนาคาร และบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ ที่เข้ามารองรับบริการการยืนยันตัวตนผ่านช่องทางของ เอไอเอส อีกมากมาย

ล่าสุดได้ ขยายบริการไปที่สู่ช่องทางที่ลูกค้าสามารถทำการยืนยันตัวตนได้เองผ่านแอพ my AIS ที่วันนี้มีผู้ใช้งานกว่า 33 ล้านรายการต่อเดือน ด้วยบริการ Public IDP (Public Identity Provider) ซึ่งกำลังจะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้ จะทำให้ลูกค้ามีทางเลือกในการใช้บริการที่มากขึ้น อีกทั้งยังไม่ต้องเดินทางไปยังสาขาและจุดให้บริการต่างๆ เป็นการอำนวยความสะดวก ลดความเสี่ยงในการพบปะ อีกทั้งยังมีความแม่นยำ ทำให้มั่นใจได้ว่าตัวตนของผู้ใช้บริการ เป็นตัวตนของลูกค้าท่านนั้นจริง ๆ และระดับความน่าเชื่อถือ หรือ IAL (Identity Assurance Level) ที่ใช้เป็นไปตามหลักสากลที่จะช่วยลดความผิดพลาดของการพิสูจน์ตัวตนได้ และมีความปลอดภัยของผู้ใช้งานตามมาตรฐานสากลที่มีความเข้มงวดสูงสุด

“เราเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมและ Digital Service อย่างต่อเนื่องด้วยการมองหาโอกาสใหม่ๆ ที่จะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ แน่นอนว่าการที่เราลุกขึ้นมาเปิดให้บริการการยืนยันตัวตนสำหรับลูกค้าที่ต้องการทำธุรกรรมกับสถาบันทางการเงินต่างๆ เป็นรายแรกในธุรกิจโทรคมนาคม คงไม่ใช่แค่การมีบริการใหม่ที่ตอบโจทย์ลูกค้าเท่านั้น แต่เรายังมองถึงการเชื่อมต่อไลฟ์สไตล์ของลูกค้ากับภาคส่วนต่างๆ ที่จะเสริมขีดความสามารถของการทำงานแบบทั้งระบบเพื่อยกระดับ Digital Ecosystem ของประเทศให้มีความแข็งแรง”