สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองแวร์ซาย ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ว่า ผู้นำ 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ประชุมร่วมกัน ที่พระราชวังแวร์ซาย ใกล้กับกรุงปารีส เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แล้วมีแถลงการณ์ร่วมกันเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครน ว่า “ยูเครนเป็นส่วนหนึ่งของยุโรป” และในเวลาเดียวกัน อียูออกมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวต่อรัสเซียอย่างต่อเนื่อง


อย่างไรก็ตาม เมื่อมาถึงประเด็นการพิจารณารับยูเครนเข้าเป็นสมาชิก ซึ่งประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เรียกร้องอียู “ดำเนินการอย่างเร่งด่วน” นั้น ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง กล่าวว่า โดยส่วนตัวเขาไม่คิดว่า สหภาพจะมีนโยบายเปิดการเจรจาเรื่องสมาชิก กับประเทศซึ่งยังอยู่ในสถานะคู่สงครามกับประเทศใด


ขณะที่นายกรัฐมนตรีมาร์ค รุตต์ ผู้นำเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า “กระบวนการเร่งรัด” ที่มีการเรียกร้องนั้น “ไม่มีอยู่จริง” ด้านนายกรัฐมนตรีอันเดรย์ เพลนโควิช ผู้นำโครเอเชีย ซึ่งเป็นสมาชิกล่าสุดของอียู เมื่อปี 2556 กล่าวว่า “การรับสมาชิกเพิ่มแบบชั่วข้ามคืนเป็นไปไม่ได้” แต่ที่ประชุมยืนยัน ไม่มีการปิดประตูเจรจากับยูเครนในเรื่องนี้

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ต้อนรับนายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ ผู้นำเยอรมนี ที่พระราชวังแวร์ซายส์


เกี่ยวกับการยกระดับมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย โดยให้เน้นไปที่ภาคพลังงาน ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจรัสเซีย นายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ ผู้นำเยอรมนี ยังคงไม่สนับสนุน ทั้งนี้ เยอรมนีเป็นประเทศที่มีความร่วมมือด้านพลังงานอย่างใกล้ชิดกับรัสเซีย


ปัจจุบัน อียูมีสมาชิก 27 ประเทศ โดยโครเอเชียเป็นสมาชิกล่าสุด ได้รับการอนุมัติเมื่อปี 2556 ขณะที่สหราชอาณาจักรเคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพแห่งนี้ และเป็นประเทศแรกที่ลาออกจากการเป็นสมาชิกอียู มีผลอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือน ม.ค. 2563.

เครดิตภาพ : REUTERS