สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองแวร์ซาย ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ว่า ผู้นำ 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ประชุมร่วมกัน ที่พระราชวังแวร์ซาย ใกล้กับกรุงปารีส เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แล้วมีแถลงการณ์ร่วมกันเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครน ว่า “ยูเครนเป็นส่วนหนึ่งของยุโรป” และในเวลาเดียวกัน อียูออกมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวต่อรัสเซียอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม เมื่อมาถึงประเด็นการพิจารณารับยูเครนเข้าเป็นสมาชิก ซึ่งประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เรียกร้องอียู “ดำเนินการอย่างเร่งด่วน” นั้น ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง กล่าวว่า โดยส่วนตัวเขาไม่คิดว่า สหภาพจะมีนโยบายเปิดการเจรจาเรื่องสมาชิก กับประเทศซึ่งยังอยู่ในสถานะคู่สงครามกับประเทศใด
Ukraine has submitted an application to join the EU. Here's how the process works.
— World Economic Forum (@wef) March 4, 2022
Learn more: https://t.co/EjEPkzBgOi pic.twitter.com/FLfnh8s3x4
ขณะที่นายกรัฐมนตรีมาร์ค รุตต์ ผู้นำเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า “กระบวนการเร่งรัด” ที่มีการเรียกร้องนั้น “ไม่มีอยู่จริง” ด้านนายกรัฐมนตรีอันเดรย์ เพลนโควิช ผู้นำโครเอเชีย ซึ่งเป็นสมาชิกล่าสุดของอียู เมื่อปี 2556 กล่าวว่า “การรับสมาชิกเพิ่มแบบชั่วข้ามคืนเป็นไปไม่ได้” แต่ที่ประชุมยืนยัน ไม่มีการปิดประตูเจรจากับยูเครนในเรื่องนี้

เกี่ยวกับการยกระดับมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย โดยให้เน้นไปที่ภาคพลังงาน ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจรัสเซีย นายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ ผู้นำเยอรมนี ยังคงไม่สนับสนุน ทั้งนี้ เยอรมนีเป็นประเทศที่มีความร่วมมือด้านพลังงานอย่างใกล้ชิดกับรัสเซีย
ปัจจุบัน อียูมีสมาชิก 27 ประเทศ โดยโครเอเชียเป็นสมาชิกล่าสุด ได้รับการอนุมัติเมื่อปี 2556 ขณะที่สหราชอาณาจักรเคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพแห่งนี้ และเป็นประเทศแรกที่ลาออกจากการเป็นสมาชิกอียู มีผลอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือน ม.ค. 2563.
เครดิตภาพ : REUTERS



