สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอังการา ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ว่า นายเมฟลุต คาวูโซกลู รมว.ต่างประเทศของตุรกี กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า รัฐบาลอังการาไม่มีนโยบายใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย จากวิกฤติการณ์ในยูเครน ตามแนวทางเดียวกับกลุ่มประเทศตะวันตก เนื่องจากตุรกีเชื่อว่า “การคว่ำบาตรไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างถูกจุด”


เกี่ยวกับการที่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ยังคงเรียกร้องให้ตุรกีปิดการจราจรในช่องแคบบอสฟอรัส เพื่อป้องกันไม่ให้เรือรบของรัสเซียใช้เป็นเส้นทางเข้าและออกทะเลดำ คาวูโซกลูกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากมีการระบุชัดเจนอยู่ในอนุสัญญามองเทรอซ์ ฉบับปี 2479 ว่าด้วย “เสรีภาพอย่างสมบูรณ์” สำหรับเรือของพลเรือน ในการเดินทางผ่านช่องแคบบอสฟอรัส


ส่วนกรณีการเดินทางผ่านของเรือรบ และเรือบรรทุกอาวุธสงคราม เนื้อหาในอนุสัญญาฉบับนี้ระบุชัดเจนว่า เดินทางผ่านได้ “ด้วยจำนวนที่จำกัด” แต่ประเทศซึ่งเป็นเจ้าของเรือรบ ต้องแจ้งให้ตุรกีทราบล่วงหน้า และรัฐบาลอังการาต้องทำหน้าที่แจ้งต่อ ให้ทุกประเทศที่ร่วมเป็นภาคีรับทราบ ซึ่งประเทศที่ร่วมลงนามในเวลานั้น ได้แก่ ออสเตรเลีย บัลแกเรีย ฝรั่งเศส กรีซ ญี่ปุ่น โรมาเนีย สหราชอาณาจักร ยูโกสลาเวีย และสหภาพโซเวียต


ในอีกด้านหนึ่ง ประธานาธิบดีอเล็กซานดาร์ วูชิช ผู้นำเซอร์เบีย แถลงที่กรุงเบลเกรด ยืนยันว่า เซอร์เบียคือรัฐที่ “มีสถานะเป็นกลางทางทหาร” จึงไม่มีความจำเป็นต้องเข้าร่วมเป็นสมาชิกขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) และเซอร์เบียสามารถยกระดับขีดความสามารถของกองทัพได้ตามแนวทางของตัวเอง.

เครดิตภาพ : REUTERS